โดเมนเนม

ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

Posted by admin on June 08, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

สำหรับคนที่จดทะเบียนโดเมนเนม และใช้งานเว็บโฮสติ้งอยู่แล้ว หลายๆ คน หรือส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า นอกจากที่เราจะสามารถย้ายเว็บโฮสติ้งเพื่อไปใช้บริการกับผู้ให้บริการอื่นๆ ได้แล้ว เรายังสามารถย้ายโดเมนเนมที่เราจดทะเบียนไว้แล้ว ไปยังผู้ให้บริการอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยที่มีขั้นตอนการดำเนินการเล็กน้อย แต่แน่นอนมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า การย้ายโดเมนเนมกับการย้ายเว็บโฮสติ้ง เป็นคนละเรื่องกัน คือเราสามารถย้ายโดเมนเนมโดยไม่ย้ายเว็บโฮสติ้งก็ได้ และเราก็สามารถย้ายเว็บโฮสติ้งโดยไม่ย้ายโดเมนเนมก็ได้ เนื่องจากทั้งโดเมนเนม และเว็บโฮสติ้งเป็นบริการคนละส่วนกัน ฉะนั้นเราสามารถจดทะเบียนโดเมนเนมกับผู้ให้บริการรายหนึ่ง แล้วไปใช้บริการเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการอีกรายหนึ่งได้

การย้ายโดเมนเนม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะได้ดังนี้
– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดยตรง หรือ Registrar
ในกรณีนี้โดยส่วนมากจะเป็นโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดเมนเนมในต่างประเทศ เช่น eNom, Go Daddy, Tucows, Network Solutions, OnlineNic เป็นต้น เนื่องจากในประเทศไทยไม่มีผู้ให้บริการที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ได้รับสิทธิ์เป็น Registrar โดยตรง (ส่วนใหญ่จะเป็น Reseller ของ Registrar ในต่างประเทศอีกที) แต่ในต่างประเทศจะมีผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ (ลักษณะคล้ายๆ สัมปทาน) ในการรับจดทะเบียนโดเมนเนม และสามารถแต่งตั้ง Reseller ขึ้นมาเพื่อรับจดทะเบียนโดเมนเนมต่ออีกทอดหนึ่งได้
สำหรับขั้นตอนการย้ายโดเมนเนม กรณีที่จดทะเบียนกับ Registrar โดยตรงมีขั้นตอนคราวๆ ดังนี้

1. Login เข้าสู่ระบบบริหารจัดการโดเมนเนม (Manage Domain) เพื่อขอ Auth Code หรือ EPP Code จากระบบ สำหรับ Auth Code หรือ EPP Code นั้นจะเป็นเสมือนรหัสลับของโดเมนเนมแต่ละตัว ซึ่งจะไม่เหมือนกัน และใช้สำหรับการย้ายโดเมนเนมเท่านั้น (สำหรับรหัสผ่าน เพื่อเข้าจัดการโดเมนเนม จะเป็นอีกชุดหนึ่ง) โดยเมื่อทำการร้องขอเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่ง Auth Code หรือ EPP Code ไปที่อีเมลล์ของ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเท่านั้น (ดังนั้นท่านต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าอีเมลล์ดังกล่าวเป็นของท่านจริง)
2. ติดต่อผู้ให้บริการรับจดทะบียนโดเมนเนมปลายทาง (ที่เราจะย้ายไป) โดยอาจจะเป็นการสั่งซื้อบริการย้ายโดเมนเนมผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตรงนี้ระบบจะให้เราใส่ Auth Code หรือ EPP Code ด้วย หากไม่มีก็จะไม่สามารถทำต่อได้ หรือบางที่อาจจะให้เราส่ง Auth Code หรือ EPP Code ให้ผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อให้เขาจัดการให้ หลังจากนั้นก็ชำระค่าบริการ โดยส่วนมากค่าบริการจะเท่ากัน หรือใกล้เคียงกับค่าบริการจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ของผู้ให้บริการรายนั้นๆ (สำหรับค่าบริการย้ายโดเมนเนมนี้ จะไม่สูญเปล่า เนื่องจากเมื่อย้ายโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะต่ออายุโดเมนเนมให้เราอีก 1 ปี)
3. เมื่อดำเนินการทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้รออีเมลล์เพื่อให้ทำการยืนยันการย้ายโดเมนเนม โดยอีเมลล์จะถูกส่งมาที่อีเมลล์เดียวกับที่ท่านได้รับ Auth Code หรือ EPP Code (อีเมลล์ Administrative’s contact) โดยในอีเมลล์จะมีลิงค์สำหรับคลิกเพื่อทำการยืนยันว่าต้องการย้ายโดเมนเนมจริง (ก็ทำตามคำแนะนำในอีเมลล์ได้เลย) และยังเป็นการยืนยันว่าคำร้องขอย้ายโดเมนเนมมาจากความต้องการของเจ้าของโดเมนเนมอย่างแท้จริงอีกด้วย (เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นคนทำเรื่องย้าย และมีอีเมลล์มาแสดงว่ามีคนพยายามย้ายโดเมนเนมเราแล้ว) หลังจากยืนยันตามขั้นตอนแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันในการดำเนินการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย)

– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar
สำหรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar ส่วนมากคือโดเมนเนมที่เราจดทะบียนกับผู้ให้เว็บโฮสติ้ง หรือจดทะเบียนกับผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมในไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็น Reseller ของ Registrar ที่อยุ่ต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนน ก็จะมีขั้นตอนในการย้ายเหมือนกับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมโดยตรง เพราะที่สุดแล้วโดเมนเนมของเราก็อยู่ภายใต้ Registrar เหมือนกัน ไม่ว่าจะจดโดยตรง หรือจดผ่านทาง Reseller แต่ที่อาจจะมีความแตกต่างบ้างในขั้นตอนการโอนย้ายก็คือ การขอ Auth Code หรือEPP Code อาจจะต้องให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ส่งคำขอ Auth Code หรือEPP Code แทนเรา โดยที่เราต้องแจ้งผ่านทางอีเมลล์ หรือโทรศัพท์เพื่อให้ช่วยดำเนินการ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ยื่นคำขอ Auth Code หรือ EPP Code อีเมลล์ ก็จะแจ้งข้อมูลมาที่อีเมลล์ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเหมือนกัน หลังจากได้มาแล้ว เราก็ติดต่อไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมปลายทาง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนการย้ายเหมือนกับที่เขียนไว้ด้านบน

Tags: ,

ธุรกิจในส่วนเว็บไซต์สำหรับการจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on July 30, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on ธุรกิจในส่วนเว็บไซต์สำหรับการจดทะเบียนโดเมนเนม

rayy

เนื่องจากโดเมนเนมเป็นตัวแทนในการอ้างถึงที่ตั้งของเว็บไซต์ ต่างๆ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของการตั้งชื่อที่จะต้องจดจำได้ง่าย สัมพันธ์กับชื่อขององค์กรธุรกิจ ดังนั้นโดเมนเนมจึงเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ซึ่งส่งผลให้เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงกันขึ้นซึ่งมีผลมาจากการไร้ขอบเขตของอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ธุรกิจที่มีBrandname ที่ซ้ำกัน จากปัญหาเหล่านี้นี้ทำให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่หลายประเภทบนอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น ธุรกิจที่ให้บริการในการตรวจสอบชื่อโดเมนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของลูกค้าว่ามีชื่อใดที่ยังคงว่างอยู่ซึ่งจะมีบริการส่ง E-mail มาแจ้งเตือนเมื่อมีผู้จด นอกจากนี้ยังมีธุรกิจประเภทที่ให้บริการในการตรวจสอบโดเมนเนมที่หมดอายุสัญญา ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถจะทำการจดเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเจ้าของ

โดเมนเนมที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1.gTLD (Generic Top-Level Domain) เป็นโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .com .net .org .edu .gov .mil และ .int

2.ccTLD (Country Code Top-Level Domain) เป็นโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วยตัวอักษร 2 หลัก ตามรหัสประเทศ เช่น .th .us .uk .jp

สำหรับโดเมนเนมกลุ่ม .com เป็นที่นิยมจดกันเป็นมากที่สุดเนื่องจากความเป็นสากล ซึ่งในปัจจุบันโดเมนเนม ประเภทนี้มีการใช้มากที่สุด ในส่วนของ .net เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีจำนวนรองลงมา ส่วน .org เป็นองค์กรที่ไม่แสวงกำไรจะมีอยู่น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีโดเมนเนมใหม่อีก 7 กลุ่ม คือ

.firm สำหรับธุรกิจหรือบริษัท

.shop สำหรับธุรกิจซื้อขายสินค้า

.web กลุ่มที่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ World Wide Web

.arts กลุ่มที่ทำธุรกรรมด้านบันเทิงและวัฒนธรรม

.rec กลุ่มที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ (Recreation)

.info กลุ่มที่ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร

.nom สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทำเว็บไซต์ส่วนตัว

จะเห็นได้ว่าการประกอบธุรกิจจดทะเบียนโดเมนเนมนั้นเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันนี้มีผู้คนสนใจขายของออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่จะทำธุรกิจประเภทนี้จำเป็นที่จะต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและใช้ในการซื้อขาย เมื่อมีการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วจึงจำเป็นที่จะต้องตั้งชื่อโดเมนเนมเพื่อการเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็วและง่ายต่อการซื้อขาย จึงทำให้มีการทำธุรกิจจดทะเบียนโดเมนเนมขึ้นมาเพราะสามารถสร้างรายได้ได้อย่างมากมาย

Tags: , ,

ธุรกิจและเว็บไซต์สำหรับจดทะเบียนโดเมนเนมให้กับลูกค้า

Posted by admin on April 11, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on ธุรกิจและเว็บไซต์สำหรับจดทะเบียนโดเมนเนมให้กับลูกค้า

ธุรกิจและเว็บไซต์สำหรับจดทะเบียนโดเมนเนมให้กับลูกค้า

บริการ Domain Name นั้นเป็นบริการจดโดเมนเนมให้กับทางลูกค้าเพื่อให้ธุรกิจของลูกค้าได้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว โดยเป็นระบบทางเลือกใหม่ที่ประหยัดกว่าสำหรับองค์กรที่ไม่ต้องยุ่งยากในการจดหรือชำระค่าใช้จ่ายเองให้ยุ่งยาก อีกซึ่งยังช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จทางด้านธุรกิจได้อย่างง่ายดาย โดยที่ทางบริษัทไม่ต้องเสียทรัพยากรในบริษัทในการดูแลหรือทำความเข้าใจในส่วนดังกล่าวเพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม (Domain name) รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของตนได้ Domain name มีความสำคัญเปรียบเสมือนชื่อของเจ้าของสินค้า หรือชื่อบริษัท เนื่องจากในโลกออนไลน์ ลูกค้าจะไม่จดจำชื่อเจ้าของสินค้าหรือชื่อบริษัท แต่จะใช้ โดเมนเนมในการเรียก และเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ ปัจจุบันการจดโดเมนเนม มีทางเลือกทั้งแบบโดเมนเนมจริง และเป็น subdomain ซึ่งแตกต่างกันคือโดเมนเนมจริง จะเป็น ชื่อตามด้วยนามสกุล เช่น abc.com โดยสามารถตั้งชื่อและจดทะเบียนกับผู้ให้บริการได้หากโดเมนเนมไม่ซ้ำกับที่มีผู้จดทะเบียนไปแล้ว การตั้งชื่อโดเมนเนมใช้อักษรภาษาอังกฤษ a-z โดยไม่คำนึงว่าเขียนด้วยตัวใหญ่หรือตัวเล็ก ใช้ตัวเลข 0-9 และ ใช้ – ได้เท่านั้น (การเข้าสู่เว็บไซต์ abc.com จะพิมพ์ว่า ABC.com หรือ AbC.com ก็ได้ จะเข้าสู่เว็บไซต์เดียวกัน)‏

การจดทะเบียนโดเมนเนมจะมีค่าบริการรายปี ขึ้นกับผู้ให้บริการ โดยประมาณอยู่ที่ 450 บาทต่อปี เมื่อจดทะเบียนแล้ว ผู้จดจะได้เป็นเจ้าของโดเมนเนมและสามารถนำไปใช้กับเว็บไซต์ที่สร้างขึ้นภายหลังได้ ในกรณีที่ไม่ต้องการมี domain name เป็นของตัวเอง สามารถใช้ sub domain name แทนได้ เช่น abc.domainservice.com ในกรณีนี้ เจ้าของ domain name คือ domainservice.com แต่เปิด sub domain name ให้กับเจ้าของเว็บไซต์ใช้ในชื่อ abc ซึ่งวิธีนี้มีข้อดีคือ มักไม่เสียค่าบริการ เนื่องจากเจ้าของโดเมนเนม เปิดให้ใช้ฟรี แต่มีข้อเสียคือไม่ได้เป็นเจ้าของชื่ออย่างแท้จริง เพราะเป็นส่วนหนึ่งของโดเมนเนมเจ้าของ ย้ายผู้ให้บริการเว็บไซต์ไม่ได้ ไม่สามารถนำเชื่อโดเมนเนมนี้ไปใช้กับผู้ให้บริการเว็บไซต์รายอื่น ชื่อจะถูกยกเลิก เมื่อโดเมนเนมจริงถูกยกเลิก sub domain มักอยู่รวมกันใน Server หนึ่ง ไม่มีการบริหาร bandwidth อาจเกิดปัญหากับเว็บไซต์ด้านความเร็วและเสถียรภาพ มีโอกาสติดอันดับใน search engine น้อยกว่า มี features และ พื้นที่ใช้งานน้อย ขึ้นกับเจ้าของ domainname ให้บริการอาจไม่รับผิดชอบคุณภาพการบริการ

Tags: ,