ธุรกิจ

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

Posted by admin on October 28, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน
การจดโดเมนเนมก็เหมือนการขอ e-mail ฟรีแต่การขอ e-mail ฟรีจากผู้ให้บริการบางราย ยากกว่าการขอโดเมนเนมเสียอีก เพราะการขอโดเมนเนมท่านเพียงกรอกข้อมูลไม่กี่ช่อง จากนั้นจะได้รับแจ้งให้ชำระเงิน โดยปกติใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เพราะปลอดภัยทั้งผู้โอน และผู้รับ ผู้รับจดโดเมนเนมจะดำเนินการให้ หลังจากได้รับ Fax หลักฐานการโอนเงิน ซึ่งประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อทำให้ชื่อโดเมนที่ขอจดใช่งานได้

การทำงานของโดเมนเนม ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะใช้กลุ่มตัวเลข 4 กลุ่ม ที่คั่นด้วยจุด เช่น 11.12.333.123 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address ในการระบุตำแหน่งของ Website ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่า อยู่บนเครื่องใด และอยู่ในเครือข่ายใด แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลขซึ่งยาก แก่การจดจำ ดังนั้นจึงเป็นการ สะดวกกว่าที่จะใช้ชื่อ หรือกลุ่มของตัวอักษร ซึ่งก็คือ Domain Name ในการอ้างอิงแทน โดยจะอาศัย DNS Server มาช่วยจับคู่ IP Address และ Domain name เข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องการที่จะ เรียกดู Website ของท่าน ไม่ว่าจะทราบ IP Address หรือ Domain name เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่ผิดพลาด

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมน

  1. ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
  2. Domain ต้องจดในชื่อของคุณเท่านั้น Domain Ownership
  3. ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
  4. ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
  5. ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับคุณตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับคุณ เรียกว่า Registrant E-Mail
  6. บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของคุณไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ

อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

  1. ชื่อ Domain สามารถใช้ ตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) ได้
  2. ชื่อ Domain โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข
  3. ชื่อ Domain มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร
  4. ชื่อ Domain ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน
  5. ชื่อ Domain ต้องไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย – และต้องไม่มี Space

Tags: ,

ธุรกิจให้บริการจดโดเมนในไทย

Posted by admin on October 11, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ธุรกิจให้บริการจดโดเมนในไทย

ในปัจจุบันมีธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตในการซื้อขาย ทำให้ธุรกิจผู้ให้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์ได้รับความนิยมตามไปด้วย นอกจากธุรกิจรับทำเว็บไซต์และให้บริการพื้นที่เว็บไซต์แล้ว ยังมีบริการจดโดเมนเพิ่มขึ้นมาด้วย

สำหรับในประเทศไทยนั้นแบ่งผู้ให้บริการได้เป็นสองกลุ่ม คือ

1.หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานอินเทอร์เน็ตสากล ICANN

2.หน่วยงานที่เป็นตัวแทนของ Registrar หรือ reseller

ในไทยมี registrat ไทยรายเดียวที่ได้รับแต่งตั้งจาก ICANN คือบริษัท ดอท อะไร จำกัด (www.DotArai.com) สำหรับ reseller ในเมืองไทยนั้นมีทั้งที่เป็น reseller ให้กับ registrar ต่างประเทศ และ เป็น Business Partner กับ DotArai

สำหรับขั้นตอนการให้บริการนั้นผู้ให้บริการจะมีระบบรับข้อมูลจากลูกค้า เพื่อส่งข้อมูลนั้นไปจดทะเบียน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวสำคัญมากจึงสมควรที่จะใช้ข้อมูลจริงตามเอกสารราชการ เพราะเป็นข้อมูลที่จะเก็บไว้กับหน่วยงานทะเบียน เป็นหลักฐานให้ทราบว่าเราเป็นผู้ถือครองโดเมน ซึ่งจะมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือแม้กระทั่งเปลี่ยน registrar/reseller ได้  เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าวพร้อมชื่อโดเมนที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงได้รับชำระค่าบริการจดโดเมนแล้วนั้น ทางผู้ให้บริการจะส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยัง registrar และ registrar จะส่งข้อมูลไปเก็บไว้ที่นายทะเบียน เป็นอันว่าโดเมนจะสามารถเริ่มใช้งานได้ หลังจากนั้นผู้ให้บริการจะทำหน้าที่ดูแลแก้ไขข้อมูลโดเมนเมื่อลูกค้าต้องการ และแจ้งเมื่อโดเมนหมดอายุ

สำหรับธุรกิจนี้ต้องมีพื้นที่รองรับลูกค้าในจำนวนมาก และพัฒนาระบบให้รองรับอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในปัจจุบันมีผู้ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจประเภทนี้จำนวนมาก

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจเลือกใช้บริการจดโดเมนนั้นควรดูที่ความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเว็บไซต์ของเราติดตลาดแล้ว ชื่อโดเมนจะมีคุณค่ามากมาย จึงไม่ควรไปเสี่ยงกับผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพที่อาจทำให้ลูกค้ารายอื่นไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ และสูญเสียรายได้และฐานลูกค้าที่เคยมีอยู่ ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการโดเมนที่ได้รับความไว้วางใจว่าจะดูแลโดเมนของเราเป็นอย่างดี

Tags:

การเลือก domain name ให้เป็นที่จดจำและน่าสนใจ

Posted by admin on August 17, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on การเลือก domain name ให้เป็นที่จดจำและน่าสนใจ

การตั้งชื่อโดเมนให้จำง่ายจะส่งผลดีกับเว็บไซต์และธุรกิจบนโลกออนไลน์จะช่วยช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจได้อย่างดี ซึ่งการเลือกตั้งชื่อโดนเมนสามารถทำได้ดังนี้
1. ควรเป็นชื่อที่จำได้ง่าย สะกดได้ง่าย จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาใช้งานเว็บของเราได้ ไม่ควรใช้คำไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพราะนอกจากจะสะกดได้ยากแล้ว ยังมีโอกาศสะกดผิดพลาดได้ง่ายอีกด้วย
2. ควรเป็นชื่อที่สั้น คือไม่ควรเกิน 10 ตัวอักษร จะสามารถทำได้จำได้ง่ายขึ้น และยังลดการสะกดชื่อผิดได้
3. ควรจดโดยใช้ .com เพราะผู้ใช้งานจะคุ้นเคยกับ .com มากกว่า และในกรณีที่ผู้ใช้งานจำ domain name เราไม่ได้ก็มีโอกาศสูงที่เค้าจะใช้ชื่อ .com ก่อน
4.ควรเป็นชื่อที่ง่ายในการออกเสียง การออกเสียงได้ง่ายจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น และสะกดได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น sanook
5. ควรเป็นชื่อที่มีตัวอักษรเท่านั้น เพราะการใส่สัญลักษณ์และตัวเลขนั้นจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ชื่อ domain name ได้ง่ายขึ้น
6. ควรใช้ชื่อเว็บไซต์ที่มีตัวอักษรซ้ำกัน จะทำให้การออกเสียงง่ายขึ้นและจดจำง่ายขึ้น หลายเว็บไซต์ดังๆก็ใช้หลักการนี้ เช่น Google
7. ควรเป็นชื่อที่เป็นสากล การใช้ชื่อที่เป็นสากลรู้จักกันโดยทั่วไป ไม่ควรใช้คำเฉพาะที่รู้จักกันคนในพื้นที่รู้จักเท่านั้น
8. ควรเป็นชื่อที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์รู้เนื้อหาของเว็บไซต์ได้ทันทีจากชื่อของเว็บไซต์
9. ควรใช้ยี่ห้อสินค้าของตัวเองเป็น domain name แน่นอนว่ายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนั้นก็มาจากชื่อที่ไม่ดังมาก่อน ดังนั้นเราควรที่จะสร้างยี่ห้อเป็นของตัวเองไม่ควรใช้คำพ้องกับยี่ห้อที่มีอยู่แล้ว
10. ควรมี keyword ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะทำธุรกิจหรือขายสินค้า ในการเลือกชื่อ domain name เนื่องจาก Domain name เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์มีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เนื้อหาของเว็บไซต์ ถ้าเนื้อหาของเว็บไซต์ดี เว็บไซต์ก็จะเป็นที่นิยมได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

Tags:

Domain name มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

Posted by admin on July 15, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on Domain name มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

โดเมนเนม (Domain name) คือ ชื่อเว็บไซต์ ซึ่งในปัจจุบันสามารถจดโดเมนเป็นชื่อภาษาไทยได้ สำหรับชื่อโดเมนมีความสำคัญยังไงนั้นจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าการตั้งชื่อโดเมนไม่สำคัญอยากตั้งชื่ออะไรก็ได้ตามใจ ซึ่งความจริงแล้วควรให้ความสำคัญกับชื่อโดเมนเพราะจะทำให้มีคนเข้าเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถค้นหาในเครื่องมือ seach engine ได้ง่ายขึ้น เพราะว่า seach engine จะให้ความสำคัญกับโดเมนเนม หากเราเลือกชื่อโดเมนให้มีความหมายตรงกับคำที่คนค้นหาแล้วโอกาสที่เว็บจะถูกหาเจอใน seach engine ก็มีสูงเช่นเดียวกัน เช่น ตั้งชื่อโดเมนเนมว่า www.ขายหนังสือ.com แทนที่จะเป็น www.book.com เพราะคนส่วนใหญ่จะพิมพ์คำว่า หนังสือ มากกว่าคำว่า book หรือการตั้งชื่อโดเมนโดยใช้ชื่อบริษัทมาใช้ชื่อโดเมนนั้นอาจจะบ่งบอกถึงความเอกลักษณ์ สำหรับการจะใช้ชื่อเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดีนั้นขึ้นอยู่ว่าเน้นลูกค้าประเทศไหน ส่วนนามสกุลของเว็บไซต์จะใช้อะไรก็ได้ โดยทั่วๆไปก็จะใช้ .com

แนะนำประเภทของโดเมนเนมเบื้องต้น

.com (.com = Commercial) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.net (.net = Network) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรใด หรือบริษัทใด ที่ทำงานเกี่ยวกับเครือข่าย หรือ Network

.org (.org = Organization) ใช้สำหรับเว็บไซต์องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร เช่น สมาคม หรือมูลนิธิ

.biz (.biz = Business) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.info (.info  = Information) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเป็นหลัก

.edu (.edu = Education) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา

.gov (.gov  = Government) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของรัฐบาล

.mil (.mil = Military) ใช้สำหรับหน่วยงานทางทหาร

สำหรับโดเมนรหัสประเทศนั้น จะแสดงให้เห็นว่า โดเมนนั้นเปิดทำการในประเทศใด เช่น

.uk คือเว็บไซต์ของประเทศอังกฤษ

.jp คือเว็บไซต์ของประเทศญี่ปุ่น

.th คือ เว็บไซต์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก เช่น แบ่งกลุ่มเป็น .or.th , .ac.th , .co.th , .go.th , .in.th เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนม ที่สามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์ได้และตรงกับกลุ้มเป้าหมายจะทำให้มีโอกาสหาลูกค้าที่เข้าเว็บได้เร็วและมากยิ่งขึ้น

 

Tags:

ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

Posted by admin on June 08, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

สำหรับคนที่จดทะเบียนโดเมนเนม และใช้งานเว็บโฮสติ้งอยู่แล้ว หลายๆ คน หรือส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า นอกจากที่เราจะสามารถย้ายเว็บโฮสติ้งเพื่อไปใช้บริการกับผู้ให้บริการอื่นๆ ได้แล้ว เรายังสามารถย้ายโดเมนเนมที่เราจดทะเบียนไว้แล้ว ไปยังผู้ให้บริการอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยที่มีขั้นตอนการดำเนินการเล็กน้อย แต่แน่นอนมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า การย้ายโดเมนเนมกับการย้ายเว็บโฮสติ้ง เป็นคนละเรื่องกัน คือเราสามารถย้ายโดเมนเนมโดยไม่ย้ายเว็บโฮสติ้งก็ได้ และเราก็สามารถย้ายเว็บโฮสติ้งโดยไม่ย้ายโดเมนเนมก็ได้ เนื่องจากทั้งโดเมนเนม และเว็บโฮสติ้งเป็นบริการคนละส่วนกัน ฉะนั้นเราสามารถจดทะเบียนโดเมนเนมกับผู้ให้บริการรายหนึ่ง แล้วไปใช้บริการเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการอีกรายหนึ่งได้

การย้ายโดเมนเนม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะได้ดังนี้
– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดยตรง หรือ Registrar
ในกรณีนี้โดยส่วนมากจะเป็นโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดเมนเนมในต่างประเทศ เช่น eNom, Go Daddy, Tucows, Network Solutions, OnlineNic เป็นต้น เนื่องจากในประเทศไทยไม่มีผู้ให้บริการที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ได้รับสิทธิ์เป็น Registrar โดยตรง (ส่วนใหญ่จะเป็น Reseller ของ Registrar ในต่างประเทศอีกที) แต่ในต่างประเทศจะมีผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ (ลักษณะคล้ายๆ สัมปทาน) ในการรับจดทะเบียนโดเมนเนม และสามารถแต่งตั้ง Reseller ขึ้นมาเพื่อรับจดทะเบียนโดเมนเนมต่ออีกทอดหนึ่งได้
สำหรับขั้นตอนการย้ายโดเมนเนม กรณีที่จดทะเบียนกับ Registrar โดยตรงมีขั้นตอนคราวๆ ดังนี้

1. Login เข้าสู่ระบบบริหารจัดการโดเมนเนม (Manage Domain) เพื่อขอ Auth Code หรือ EPP Code จากระบบ สำหรับ Auth Code หรือ EPP Code นั้นจะเป็นเสมือนรหัสลับของโดเมนเนมแต่ละตัว ซึ่งจะไม่เหมือนกัน และใช้สำหรับการย้ายโดเมนเนมเท่านั้น (สำหรับรหัสผ่าน เพื่อเข้าจัดการโดเมนเนม จะเป็นอีกชุดหนึ่ง) โดยเมื่อทำการร้องขอเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่ง Auth Code หรือ EPP Code ไปที่อีเมลล์ของ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเท่านั้น (ดังนั้นท่านต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าอีเมลล์ดังกล่าวเป็นของท่านจริง)
2. ติดต่อผู้ให้บริการรับจดทะบียนโดเมนเนมปลายทาง (ที่เราจะย้ายไป) โดยอาจจะเป็นการสั่งซื้อบริการย้ายโดเมนเนมผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตรงนี้ระบบจะให้เราใส่ Auth Code หรือ EPP Code ด้วย หากไม่มีก็จะไม่สามารถทำต่อได้ หรือบางที่อาจจะให้เราส่ง Auth Code หรือ EPP Code ให้ผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อให้เขาจัดการให้ หลังจากนั้นก็ชำระค่าบริการ โดยส่วนมากค่าบริการจะเท่ากัน หรือใกล้เคียงกับค่าบริการจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ของผู้ให้บริการรายนั้นๆ (สำหรับค่าบริการย้ายโดเมนเนมนี้ จะไม่สูญเปล่า เนื่องจากเมื่อย้ายโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะต่ออายุโดเมนเนมให้เราอีก 1 ปี)
3. เมื่อดำเนินการทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้รออีเมลล์เพื่อให้ทำการยืนยันการย้ายโดเมนเนม โดยอีเมลล์จะถูกส่งมาที่อีเมลล์เดียวกับที่ท่านได้รับ Auth Code หรือ EPP Code (อีเมลล์ Administrative’s contact) โดยในอีเมลล์จะมีลิงค์สำหรับคลิกเพื่อทำการยืนยันว่าต้องการย้ายโดเมนเนมจริง (ก็ทำตามคำแนะนำในอีเมลล์ได้เลย) และยังเป็นการยืนยันว่าคำร้องขอย้ายโดเมนเนมมาจากความต้องการของเจ้าของโดเมนเนมอย่างแท้จริงอีกด้วย (เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นคนทำเรื่องย้าย และมีอีเมลล์มาแสดงว่ามีคนพยายามย้ายโดเมนเนมเราแล้ว) หลังจากยืนยันตามขั้นตอนแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันในการดำเนินการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย)

– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar
สำหรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar ส่วนมากคือโดเมนเนมที่เราจดทะบียนกับผู้ให้เว็บโฮสติ้ง หรือจดทะเบียนกับผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมในไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็น Reseller ของ Registrar ที่อยุ่ต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนน ก็จะมีขั้นตอนในการย้ายเหมือนกับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมโดยตรง เพราะที่สุดแล้วโดเมนเนมของเราก็อยู่ภายใต้ Registrar เหมือนกัน ไม่ว่าจะจดโดยตรง หรือจดผ่านทาง Reseller แต่ที่อาจจะมีความแตกต่างบ้างในขั้นตอนการโอนย้ายก็คือ การขอ Auth Code หรือEPP Code อาจจะต้องให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ส่งคำขอ Auth Code หรือEPP Code แทนเรา โดยที่เราต้องแจ้งผ่านทางอีเมลล์ หรือโทรศัพท์เพื่อให้ช่วยดำเนินการ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ยื่นคำขอ Auth Code หรือ EPP Code อีเมลล์ ก็จะแจ้งข้อมูลมาที่อีเมลล์ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเหมือนกัน หลังจากได้มาแล้ว เราก็ติดต่อไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมปลายทาง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนการย้ายเหมือนกับที่เขียนไว้ด้านบน

Tags: ,

เทคนิคการตั้งชื่อโดเมน จุดเริ่มต้นทำการเว็บให้น่าจดจำ นำไปสู่ยอดขาย

Posted by admin on April 29, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on เทคนิคการตั้งชื่อโดเมน จุดเริ่มต้นทำการเว็บให้น่าจดจำ นำไปสู่ยอดขาย

ในโลกออนไลน์ที่มีเว็บไซต์อยู่เป็นจำนวนหลายล้านเว็บนั้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้แต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน และทำให้ผู้เข้าชมจดจำเว็บไซต์ที่เคยคลิกเข้าไปดูข้อมูลได้อย่างง่าย นั่นก็คือ โดเมนเนม หรือ ชื่อเว็บไซต์ นั่นเองค่ะ

วันนี้ จึงหยิบสาระน่ารู้เกี่ยวกับ แนวทางในการตั้งชื่อโดเมนเนม จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่น่าจดจำก่อนจะนำผู้เข้าชมไปเจอเนื้อหาสาระในเว็บไซต์ต่อไป แต่จะมีหลักการอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามรายละเอียดกันเลยค่ะ

แนวทางการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้

1. ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจ
และมี keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า/บริการ เช่น มีคำว่า tour ประกอบในชื่อ แสดงความเป็นธุรกิจทัวร์ ท่องเที่ยว เป็นต้น ช่วยทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำได้ง่าย และมีโอกาส click เลือกจากหน้า Search Engine ได้มากกว่าชื่อโดเมนเนมที่ไม่มีความเป็นธุรกิจ

2. สร้าง Brand แสดงความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ นอกเหนือจากที่แสดงความเป็นธุรกิจแล้ว ท่านสามารถเลือกใช้ชื่อที่สร้าง Brand และแสดงความเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้ลูกค้าสะดุดตาและจดจำเอกลักษณ์นี้ได้ ก็จะมีโอกาสกลับมาที่เว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น

3. จดจำง่าย ออกเสียงง่าย สะกดง่าย หากสามารถตั้งชื่อโดเมนเนมให้สั้นได้มากที่สุด จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำได้ง่ายกว่า และหากต้องการตั้งชื่อโดเมนเนมออกเสียงทับศัพท์เป็นภาษาไทย หรือแม้กระทั่งตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษแต่ออกเสียงคล้ายกัน ก็ต้องระวังการสะกด ให้เขียนง่ายที่สุด

4. ไม่ copy เลียนแบบเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เพราะมีโอกาสโดนฟ้องร้องสูงมากเนื่องจากทำธุรกิจเดียวกับเว็บไซต์หลัก นอกจากนั้น ภาพลักษณ์ของโดเมนเนมที่เลียนแบบยังขาดความน่าเชื่อถืออีกด้วย

5. ชื่อโดเมนเนมไม่ยาวเกินไป หากจะตั้งชื่อยาว ควรใช้คำศัพท์ที่จดจำง่าย

6. ระวังเรื่องการใช้สัญลักษณ์ ” – ” (Hyphen) และการเติม S หากต้องการจดชื่อที่มี S หรือใช้สัญญลักษณ์ ” – ” ดังกล่าว ต้องพิจารณาว่า เว็บไซต์อื่นที่จดทะเบียนไปแล้วและไม่มีสัญลักษณ์ทำธุรกิจเดียวกันกับเราหรือไม่ ถ้าใช่ มีโอกาสที่จะสร้างความสับสนแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ทางออกที่ดีคือ จดโดเมนเนมทั้งที่มีและไม่มี s ไว้ด้วย

7. ชื่อแสดงความน่าเชื่อถือ ลูกค้าเว็บไซต์โดยเฉพาะด้านธุรกิจ ย่อมต้องการความน่าเชื่อถือก่อนจะตัดสินใจทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย ดังนั้น ไม่ตั้งชื่อที่แสดงความเป็นเล่น ๆ ยกเว้นเป็นเว็บไซต์ content หรือ social ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่สบาย ๆ

8. ตั้งชื่อที่ไม่มีความหมายก็ได้ หากชื่อนั้นจดจำง่ายและเจ้าของเว็บไซต์มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องได้

Tags:

รู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on March 26, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on รู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม

3

เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของตนได้ Domain name มีความสำคัญเปรียบเสมือนชื่อของเจ้าของสินค้า หรือชื่อบริษัท เนื่องจากในโลกออนไลน์ ลูกค้าจะไม่จดจำชื่อเจ้าของสินค้าหรือชื่อบริษัท แต่จะใช้ โดเมนเนมในการเรียกและเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ ปัจจุบันการจดโดเมนเนม มีทางเลือกทั้งแบบโดเมนเนมจริง และเป็น subdomain ซึ่งแตกต่างกันคือ โดเมนเนมจริง จะเป็น ชื่อตามด้วยนามสกุล เช่น abc.com โดยสามารถตั้งชื่อและจดทะเบียนกับผู้ให้บริการได้หากโดเมนเนมไม่ซ้ำกับที่มีผู้จดทะเบียนไปแล้ว การตั้งชื่อโดเมนเนมใช้อักษรภาษาอังกฤษ a-z โดยไม่คำนึงว่าเขียนด้วยตัวใหญ่หรือตัวเล็ก ใช้ตัวเลข 0-9 และ ใช้ – ได้เท่านั้น แนวทางการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้

ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจ และ keyword ตัวอย่างเช่น www.tourkrabi.com แสดงความเป็นธุรกิจทัวร์โดยเน้นไปที่จังหวัดกระบี่อย่างชัดเจน หรือ www.weddingthai.net แสดงให้เห็นธุรกิจเกี่ยวกับงานแต่งงาน แม้ว่าจะยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการให้บริการด้านงานแต่งงาน หรืออาจจะเป็นให้บริการถ่ายรูปแต่งงาน หรือแม้แต่บริการหาคู่ แต่ก็อยู่ในธุรกิจนี้ การมีชื่อที่แสดงความเป็นธุรกิจช่วยให้ลูกค้าเว็บไซต์จดจำได้ง่าย และมีโอกาส click เลือกจากหน้า Search Engine ได้มากกว่าชื่อโดเมนเนมที่ไม่มีความเป็นธุรกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ชื่อโดเมนเนมลักษณะนี้มีข้อเสียคือ ไม่มีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นจึงสามารถถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายเช่นอาจจะมีคุ่แข่งจดโดเมนเนม www.tourthaikrabi.com หรือ www.krabitour.com หรือ www.travelkrabi.com และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์กลุ่มหนึ่งจึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียวในการจดโดเมนเนม

สร้าง Brand แสดงความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของเว็บไซต์ที่หลีกเลี่ยงการจดชื่อโดเมนเนมที่แสดงความเป็นธุรกิจเพียงอย่างเดียว จะมาใช้ชื่อที่สร้าง Brand และแสดงความเป็นเอกลักษณ์ เช่น www.krabicosmo.com , www.ghousehuahin.com , www.tobestudio.net ในกรณีนี้ ถ้าลูกค้าเว็บไซต์จดจำเอกลักษณ์ของชื่อโดเมนเนมได้ เช่น จำได้ว่า มีคำว่า cosmo อยู่ในชื่อคุ่กับ krabi ก็มีโอกาสที่จะกลับมาที่เว็บไซต์นั้น ๆ มากขึ้น เหมือนกับที่ร้าน 7-eleven ตั้งชื่อร้านว่า 7-eleven โดยไม่ใช้ชื่อว่า ร้านสะดวกซื้อ หรือ convenient store

เชื่อหรือไม่ว่า Domain Name มีผลต่อการทำอันดับ SEO

Posted by admin on February 13, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on เชื่อหรือไม่ว่า Domain Name มีผลต่อการทำอันดับ SEO

การให้ความสำคัญกับโดเมนเป็นอันดับแรกๆ เพราะหากเราได้โดเมนตรง Keyword เราก็จะสามารถทำ seo หรืออันดับเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายหรือพูดได้ว่าแค่มีโดเมนตรงกับ keyword ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นหากท่านจะทำเว็บขึ้นมาซักเว็บลองหา Main Keyword ที่จะทำอันดับแล้วนำมาจดโดเมนตรง Keyword เลย รับรองมีอันดับแน่นอน เพราะโดเมนเนมจะเป็นสิ่งที่คุณจะต้องหามาเป็นเจ้าของ ด้วยการลงทะเบียนกับเว็บขายโดเมนเนมต่างๆและแน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายรายปีซึ่งก็ไม่แพงเลย แต่ถ้าคุณเลือกโดเมนเนมไม่ดีตั้งแต่แรก แล้วต้องมานั่งจดใหม่มันก็คงไม่ใช่เรื่อง

โดเมนเนมมีส่วนสำคัญมากในการที่จะทำเว็บไซต์ของคุณให้ Ranking ได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเว็บไซต์ที่มีชื่อโดเมนตรงกับคำค้น มักจะแสดงผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine ในตำแหน่งที่ดี ชื่อโดเมนหรือโดเมนเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย แทนการใช้หมายเลข IP Address ถ้าจะให้เปรียบเทียบแล้ว IP Address คือ บ้านเลขที่ แต่ชื่อโดเมน คือชื่อบ้านหรือชื่ออาคาร และแน่นอนว่าถ้ากล่าวถึงชื่อโดเมนแล้ว สิ่งที่คู่กันคือนามสกุลโดเมนต้องถูกกล่าวถึงด้วยเช่นกัน การทำ SEO ชื่อโดเมนเองก็มีส่วนที่สำคัญมากทั้งเรื่องความสำคัญของชื่อโดเมนที่มีอายุ มีคีย์เวิร์ดในชื่อโดเมนด้วย นอกจากว่าจะทำการสร้างแบรนด์หรือยี่ห้อของตัวเอง แต่ควรเน้นที่จดจำง่ายและไม่ยาวจนเกินไป สำหรับแหล่งที่จะหาชื่อโดเมนที่มีอายุ เราสามารถหาได้จากเว็บไซต์หลายๆเว็บ ที่มีการเก็บสถิติและช่วงเวลาของชื่อโดเมนแต่ละตัว หรือจากเว็บประมูลและเว็บซื้อขายโดเมนทั่วๆไป

ความสัมพันธ์ของชื่อโดเมนกับ SEO

– ชื่อโดเมนที่เป็น ccTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับคำค้นที่เป็นภาษาของประเทศหรือภูมิภาคนั้นๆ
– ชื่อโดเมนที่เป็น gTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับการค้นหาโดย Search Engine ทั่วโลก
– โดเมนที่ใครๆต้องการ และได้รับความนิยมสูง คือ .com รองมาคือ .net และ .org ตามลำดับ
– โดเมนที่จดทะเบียนมาแล้วหลายๆปีจะมีผลดีด้าน SEO มากกว่าโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่
– การตั้งชื่อโดเมนให้ตรงกับคำค้นจะทำให้ผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine อยู่ในตำแหน่งที่ดี

Tags:

จดโดเมนแล้วแต่ยังไม่มีหน้าเว็บไซต์จะเกิดอะไรขึ้น

Posted by admin on January 17, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on จดโดเมนแล้วแต่ยังไม่มีหน้าเว็บไซต์จะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งสำคัญสำหรับการมีเว็บไซต์ก็คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ โดเมนเนม (Domain name) ทุกคนก็เลยให้ความสำคัญกับโดเมนเนมอย่างมาก เพราะโดเมนเนมที่ดี มีผลกับการทำ SEO มีผลกับการเป็นที่รู้จัก หรือพูดง่ายๆ ว่าทำให้คนจำง่าย ซึ่งก็จะโยงไปถึงการที่ทำให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นอีกด้วย

แต่ปัญหาก็คือเมื่อใครๆ ก็อยากได้ชื่อโดเมนเนมดีๆ สั้นๆ จดจำง่าย ก็ทำให้มีการจดจองโดเมนเนมไว้ตั้งแต่ก่อนจะทำเว็บไซต์ ประมาณว่าคิดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการได้ ก็จดทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ์ในตัวโดเมนเนมไว้ก่อนเลย โดยไม่ต้องสนใจว่าจะทำเว็บไซต์เมื่อไหร่ (บางคนจดทะเบียนโดเมนเนมไว้หลายโดเมนเนม แต่ยังไม่มีเว็บไซต์เลย) เพราะการจดทะเบียนโดเมนเนม เป็นระบบที่ใช้ร่วมกันทั่วทั้งโลก หากเราเจอชื่อที่อยากจะจดทะเบียน และตรวจสอบแล้วว่ายังไม่มีผู้จดทะเบียน แต่ชะล่าใจ คิดว่ายังไม่ทำเว็บไซต์ ยังไม่จำเป็นต้องใช้งาน ไว้ค่อยจดก็ได้ โดเมนเนมชื่อนั้นๆ อาจถูกคนจากที่ไหนสักแห่งในโลกจดทะเบียนไปก่อน เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการจดทะเบียน มาดูอีกทีชื่อโดเมนเนมนั้นก็มีผู้จดทะเบียนไปแล้ว

ดังนั้นหลายๆ คนมักจะจดทะเบียนโดเมนเนมทันทีที่ตรวจสอบพบว่าโดเมนเนมนั้นๆ ว่างอยู่ แล้วคิดว่าอาจจะได้ใช้งาน เพื่อทำเว็บไซต์ในอนาคต แต่ก็มีข้อสงสัยตามมาอีกอย่างคือ ในเมื่อยังไม่มีเว็บไซต์ แล้วจดทะเบียนโดเมนเนมอย่างเดียว เวลามีคนพิมพ์ชื่อโดเมนเนมเรา (อาจเพราะไม่รู้ว่าโดเมนเนมนี้ยังไม่มีเว็บไซต์) ใน Browser แล้วหน้าเว็บ จะปรากฏอะไร ซึ่งหากเราจดทะเบียนแล้วไม่ได้ดำเนินการใดๆ เลย หน้า Browser จะแจ้งว่า “ไม่พบข้อมูล” (Could not find หรือ Can’t find the server) เป็นผลมาจากการที่โดเมนเนมไม่มีปลายทางที่จะเรียกข้อมูล หรือไฟล์เว็บไซต์ขึ้นมาโชว์ ซึ่งในกรณีนี้อาจทำให้คนที่พิมพ์ชื่อโดเมนเนมเราเข้ามา อาจเข้าใจผิด ไม่รู้ว่าชื่อโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้วหรือยัง ในอนาคตโดเมนเนมนี้จะมีเว็บไซต์ไหม หรือเกิดความผิดพลาดในระบบทำให้เข้าเว็บฯ ไม่ได้

จากเหตุผลข้างต้นทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Park Domain” ขึ้นมา สำหรับ Park Domain ก็คือหน้าเว็บ หน้าหนึ่งที่ทำเป็น Parking Page สำหรับรองรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่มีหน้าเว็บ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

1.การ Park Domain โดยผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม ในกรณีที่เราจตทะเบียนโดเมนเนมแล้วไม่ได้ระบุค่า DNS ของ Web Hosting ที่เราต้องการใช้งาน (เพราะเรายังไม่ได้ทำเว็บ จึงยังไม่มี Hosting) ระบบของผู้ให้บริการฯ จะทำการใช้ DNS ของผู้ให้บริการฯ ซึ่งจะชี้โดเมนเนมที่ท่านจดทะเบียนนี้ไปยัง Parking Page ของผู้ให้บริการฯ ซึ่งจะมีข้อความแจ้งเมื่อมีผู้เข้าชม ว่าโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสร้างเว็บ หรืออะไรก็แล้วแต่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมจะแจ้งให้ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มเดียวกันทุกโดเมนเนมที่จดทะเบียนภายใต้ผู้ให้บริการฯ รายนั้นๆ และโดยส่วนใหญ่จะมีการโฆษณาบริการต่างๆ ของผู้ให้บริการอีกด้วย (เท่าที่เห็นส่วนมาก โฆษณาจะมีมากกว่า และเห็นชัดเจนกว่าข้อความอีก)

2.การ Park Domain ที่เราเป็นคนทำเอง โดย Park Domain ไปยัง Web Hosting ที่เราเปิดใช้บริการอยู่ โดยอาจจะเปิดขึ้นเพื่อใช้งานอีเมลล์ แต่ยังไม่ได้ทำเว็บ โดยในกรณีนี้เราจะต้องสร้างหน้าเว็บ 1 หน้า โดยอาจจะมีข้อความสั้นๆ ว่าโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้ว เว็บไซต์อยู่ในระหว่างการดำเนินการ เป็นต้น เพื่อเป็นการแจ้งให้ผู้ที่เข้ามาที่หน้าเว็บ รู้ว่าในอนาคตโดเมนเนมนี้จะมีเว็บไซต์แน่นอน หรือ Park Domain ไปยังผู้ให้บริการด้านการ Park Domain โดยเฉพาะ ที่ปัจจุบันมีให้บริการอยู่มากมายก็ได้

Tags:

การตั้งชื่อโดเมนเนม สั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อเป็นการสร้างแบนด์ให้กับธุรกิจออนไลน์ให้ดัง

Posted by admin on December 04, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on การตั้งชื่อโดเมนเนม สั้น กระชับ เข้าใจง่าย เพื่อเป็นการสร้างแบนด์ให้กับธุรกิจออนไลน์ให้ดัง

โดเมนเนม ชื่อที่ใช้ในการอ้างอิงเพื่อไปยัง Website ต่างๆ ที่อยู่บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ตทั้งในการเข้าชมผ่านบราวเซอร์ของผู้ใช้ทั่วไป ยังรวมไปถึงผู้ดูแลระบบโดเมนเนมซีสเทม
ที่สามารถแก้ไขไอพีแอดเดรสของชื่อโดเมนเนมนั้นๆ ได้ทันที โดยที่ผู้ใช้ทั่วไปไม่จำเป็นต้องรับรู้หรือจดจำไอพีแอดเดรสที่มีการเปลี่ยน แปลงชื่อ Domain Name จะเป็นตัวอักษรพิมพ์ใหญ่หรือพิมพ์เล็ก ไม่แตกต่างกันเพราะ ระบบอินเตอร์เน็ตจะรับรู้ตัวอักษรเป็นตัวเล็กทั้งหมดเช่น hostneverdie.com หรือ HostNeverDie.com ถือว่าเป็นชื่อเดียวกัน โดนเมนเนมมีด็อทอยู่หลายประเภทแต่ที่นิยมมากที่สุดนั้นก็คือ .com เพราะเป็นด็อทในยุคแรกๆ ที่เริ่มใช้กัน และง่ายต่อการจดจำ

ธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบันมีความแพร่หลายเป็นอย่างมาก เพราะในปัจจุบันสามารถเข้าถึงได้ง่าย ทั้งจากโทรศัพท์มือถือ แท๊บเล็ต แล็ปท๊อปรวมถึงคอมพิวเตอร์พีซี ทำให้คนที่ทำธุรกิจเน้นการทำการตลาดออนไลน์เพิ่มมากขึ้น การเลือกโดเมนสำหรับธุรกิจออนไลน์จึงเป็นเรื่องที่มีปัจจัยค่อนข้างมากต่อการเติบโตของธุรกิจ การมีโดเมนที่ดีนอกจากจะช่วยดึงดูดลูกค้าแล้วยังเป็นการลงทุนระยะยาวที่คุ้มค่าอีกด้วย โดยปัจจัยในการเลือกโดเมนที่ดีนั้นมีหลายอย่างแต่ปัจจัยแรกที่ทำให้คนส่วนมากสนใจนั่นคือโดเมนต้อง “สั้น” และกระชับได้ใจความ หลายๆท่านอาจจะยังสงสัยว่าทำไมเราต้องมีชื่อโดเมนสั้นๆ

1.ชื่อโดเมนสั้นๆทำให้ออกเสียงพูดได้ง่าย การเลือกโดเมนที่สะกดง่ายๆ จะทำให้ลูกค้าของคุณสามารถนึกและพูดชื่อโดเมนของคูรออกมาอย่างง่ายดาย ซึ่งจะมีประโยชน์อย่างมาก เพราะเมื่อมีคนชื่อพูดโดเมนของคุณขึ้นมาลูกค้าของคุณจะนึกภาพสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ของคุณขึ้นมาในหัวทันที ทำให้หลายๆคนจดจำ URL ของคุณได้ง่าย ถ้ามันสั้นและตรงประเด็น
2.ง่ายต่อการจดจำ หากชื่อโดเมนของคุณไม่ใช่คำหลักที่ดีหรือคำที่ใช้กันบ่อยๆในชีวิตประจำวัน มีแนมโน้มที่ลูกค้าของคุณจะลืมมัน ลองนึกภาพถ้าเว็บไซต์ของคุณชื่อ mikefloridacardealer.com หรือ floridamikecars.com โดเมนของคุณดูยากเกินกว่าที่จะจำในครั้งเดียว ทำให้โอกาสในการเยี่ยมชมเว็บซ้ำเป็นไปได้น้อยมากๆ ดังนั้นการสร้าง URL ที่ง่ายต่อการจดจำ เช่น Cars.com หรือ Amazon.com นอกจากจะช่วยต่อการจดจำแล้วยังช่วยในการสร้างแบรนด์ที่ดีให้กับคุณอีกด้วย
3.แสดงถึงความมุ่งมั่น นักท่องอินเตอร์เน็ตพอที่เข้าใจได้ว่าการมีชื่อโดเมนสั้นๆคือการลงทุนที่สูง เมื่อบริษัทหรือธุรกิจของคุณใช้โดเมนที่สั้นย่อมทำให้ลูกค้าของคุณรู้ว่าคุณมีการจ่ายเงินเพื่อสร้างความประทับใจ และยังดูเป็นมืออาชีพอีกด้วย เช่น Cars.com ย่อมมีน้ำหนักมากกว่า floridamikecars.com ทำให้ลูกค้าจะรู้สึกสบายใจมากกว่าในการทำธุรกิจกับคุณ
4.เหมาะมากสำหรับผู้ที่เข้าเว็บไซต์ด้วยมือถือ ในปัจจุบันมีผู้คนมากขึ้นที่เข้าเว็บด้วยแท็บเล็ตและโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเป็นวิธีที่ง่ายและสะดวก ถ้าเว็บไซต์ของคุณมี URL ที่สั้นและจดจำได้ง่ายย่อมทำให้มีแนวโน้มที่ดีที่ลูกค้าของคุณจะเลือกเข้าชมเว็บไซต์ของคุณก่อนเว็บไซต์อื่นๆ

การเลือกใช้ URL ที่สั้นๆนับว่าเป็นทางเลือกที่ดีทางนึง แต่อย่าลืมว่าในปัจจุบันชื่อโดเมนที่ดีและน่าสนใจเหลือน้อยลงทุกที การตัดสินใจจดทะเบียนชื่อโดเมนจึงเป็นเรื่องที่ต้องคิดไตร่ตรองให้รอบคอบ เนื่องจากราคาที่ค่อนข้างสูงถ้าคุณคิดว่าธุรกิจจะมีการเติบโตที่ดีและจะใช้โดเมนนี้ในระยะยาว การเลือกใช้โดเมนสั้นๆ ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าเลยทีเดียวสำหรับธุรกิจของคุณเลยทีเดียวสำหรับธุรกิจของคุณ

Tags:

ตั้งชื่อโดเมนให้เหมาะกับธุรกิจของตนเอง

Posted by admin on November 17, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on ตั้งชื่อโดเมนให้เหมาะกับธุรกิจของตนเอง

 

1444

ธุรกิจหากตัดสินใจก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์แล้ว สิ่งแรกที่ควรตัดสินใจคือการเลือกชื่อโดเมน ซึ่งหากเปรียบกับโลกในความเป็นจริงแล้ว ชื่อโดเมนก็คือชื่อของธุรกิจนั้นเอง ชื่อโดเมนจึงเปรียบได้กับแบรนด์ของสินค้าหรือธุรกิจ การเลือกชื่อโดเมนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง

หากเป็นธุรกิจที่ตั้งขึ้นมานานแล้วและชื่อของธุรกิจเป็นที่รู้จักในแวดวงลูกค้าอยู่บ้างแล้ว การสร้างหน้าร้านออนไลน์ก็ควรใช้ชื่อเดียวกัน นั่นคือใช้ชื่อธุรกิจเป็นชื่อโดเมนนั่นเอง เพื่อให้ลูกค้าจดจำง่ายและไม่สับสน

แต่หากธุรกิจของคุณยังอยู่ในระหว่างก่อตั้งและยังไม่ได้มีชื่อ ก็ถือเป็นโอกาสอันดี ที่จะตรวจสอบก่อนว่าชื่อที่ต้องการใช้เป็นชื่อธุรกิจนั้นโดเมนว่างอยู่หรือไม่ จะได้จดชื่อโดเมนจองไว้ก่อน เนื่องจากคนส่วนใหญ่นิยมโดเมน .com ดังข้อมูลที่มีการเปิดเผยว่ามีโดเมน .com อยู่มากกว่า 70 ล้านชื่อที่ถูกจดทะเบียนไปแล้ว นั่นคือชื่อโดเมน .com ที่เป็นคำสั้นๆ คำเฉพาะ ชื่อสินค้า บริการ มักจะถูกจับจองไปก่อนแล้ว คำที่อยู่ในดิกชั่นนารี่ก็แทบจะไม่เหลือกันเลยทีเดียว

หลังๆ ธุรกิจใหม่ๆ จะมีการตรวจสอบก่อนว่าชื่อโดเมนที่ตรงกับชื่อธุรกิจที่ต้องการนั้นว่างอยู่ไหม ถ้าว่างก็จดชื่อโดเมนไปก่อน แล้วจึงไปจดชื่อบริษัทตามชื่อโดเมนที่จดไว้ การคิดชื่อธุรกิจในปัจจุบันจึงเกิดเป็นชื่อใหม่ๆ ที่ไม่ใช่คำที่พบเห็นในดิกชั่นนารี่เหมือนก่อน แต่จะเกิดจากการจับตัวอักษรมาวางเรียงให้เกิดเป็นคำใหม่ อ่านออกเสียงได้เก๋ๆ เช่น webiz อ่านออกเสียงได้เป็น เว็บบิส หรือ DotArai ออกเสียงเป็น ดอทอะไร เป็นต้น

ในปัจจุบันนอกจากชื่อโดเมนภาษาอังกฤษแล้ว เรายังสามารถจดโดเมนเป็นภาษาไทยได้ด้วย ชื่อโดเมนภาษาไทยทำให้ธุรกิจไทยออนไลน์ได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องสะกดชื่อภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษให้สับสน

โดเมนภาษาไทยเหมาะกับธุรกิจที่กลุ่มเป้าหมายหรือลูกค้าเป็นคนไทย การทำธุรกิจออนไลน์ไม่ใช่เรื่องยากและไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป ธุรกิจสามารถเริ่มต้นง่ายๆ ด้วยตนเอง

การทำธุรกิจให้บริการจดโดเมนหรือให้บริการพื้นที่เว็บที่ต้องการรองรับลูกค้าจำนวนมาก จึงควรพัฒนาระบบเพื่อให้เชื่อมต่อกับ API ของ registrar ได้ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในอีกระดับ ธุรกิจนี้มีผู้ให้บริการจำนวนมาก ผู้ที่ให้บริการได้ดีและรวดเร็วกว่าก็ประสบผลสำเร็จ ร่ำรวยสมความตั้งใจ

สำหรับธุรกิจที่ต้องการก้าวเข้าสู่โลกออนไลน์ ขอให้ตัดสินใจเลือกใช้บริการจดโดเมนที่ดูน่าเชื่อถือ อย่าใช้เพียงราคาค่าบริการอย่างเดียวในการตัดสินใจ เพราะเมื่อร้านออนไลน์ของคุณติดตลาดแล้วได้รับความนิยมแล้ว ชื่อเว็บของคุณมีคุณค่ามากมายเทียบไม่ได้กับการใช้บริการราคาถูกแต่เสี่ยงกับการเสียชื่อโดเมนไป เพราะไม่สามารถติดต่อผู้ให้บริการเพื่อต่ออายุโดเมนที่หมดอายุ ซึ่งจะทำให้ลูกค้าไม่สามารถเข้าถึงเว็บของคุณได้อีกต่อไป ธุรกิจของคุณก็จะสูญเสียรายได้และฐานลูกค้าไปในที่สุด

Tags: ,

คำแนะนำเบื้องต้นในการจดโดเมนเว็บไซต์

Posted by admin on October 31, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on คำแนะนำเบื้องต้นในการจดโดเมนเว็บไซต์

ในการทำธุรกิจสิ่งที่ขาดไม่ได้คือเว็บไซต์ การจะสร้างเว็บไซต์ขึ้นมานั้น ต้องมีชื่อเว็บไซต์เป็นของตนเองหรือเรียกง่ายๆว่า โดเมนเนม ที่เปรียบเสมือนชื่อที่ควรให้ความสำคัญในความเป็นเจ้าของโดเมน

เลือกชื่อโดเมนให้เหมาะสมก่อนการจดชื่อโดเมน เพราะการจดชื่อโดเมนเมื่อจดไปแล้วจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าจดใหม่ก็ต้องเสียเงินใหม่ในส่วนของผู้ประกอบการควรจดชื่อโดเมนโดยใช้ชื่อคุณเป็นเจ้าของโดเมน 100% ไม่เช่นนั้นคุณจะไม่สามารถจัดการโดเมนของคุณเองได้ ซึ่งอาจเกิดปัญหา เมื่อคุณต้องการเปลี่ยนผู้ดูแลโดเมนของคุณเป็นเจ้าอื่น ทั้งนี้ควรรักษาความลับของ Username และ Password

ในการจดโดเมนต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวของผู้จดเป็นภาษาอังกฤษ ซึ่งควรกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน หากต้องการทราบว่าเจ้าของโดเมนสามารถเช็คได้จะปรากฏชื่อของเจ้าของโดเมน แต่หากเราเป็นเจ้าของโดเมนแต่ไม่อยากเปิดเผยข้อมูลสามารถแจ้งปกปิดข้อมูลได้ และที่สำคัญควรเช็คด้วยว่าโดเมนเป็นของเราจริงๆ

เจ้าของโดเมนควรเช็คอายุของโดเมนอยู่เสมอ โดยปกติจะมีอีเมลแจ้งเตือนก่อนหมดอายุประมาณ 45 วัน ผู้ที่จดโดเมนควรหมั่นเช็คอีเมล และใช้อีเมลสำหรับจดโดเมนที่ใช้ประจำ เพื่อจะได้ไม่พลาดในการต่ออายุโดเมน โดยการต่ออายุสามารถแจ้งผู้ให้บริการที่ดูแล โดยปกติโดเมนเมื่อหมดอายุแล้วจะมีระยะเวลาให้ดำเนินการต่อภายใน 45 วัน ถ้าเกิดจากนี้โดเมนจะโดนลบ ทำให้ต้องจดโดเมนใหม่ ดังนั้นจึงไม่ควรปล่อยให้โดเมนหมดอายุ

ในปัจจุบันมีผู้ให้บริการจดโดเมนอยู่มากมาย ถ้าหากต้องการเปลี่ยนผู้บริการก็สามารถทำได้ โดยทำดังนี้
1.ควรตรวจสอบว่าโดเมนที่ใช้ยังไม่หมดอายุ และควรย้ายก่อนโดเมนหมดอายุ
2.ขอ Transfer Code หรือ Auth Code จากผู้ให้บริการรายเดิม หรือในบางกรณีเจ้าของโดเมน login เข้าไปดูในระบบจัดการโดเมน
3.แจ้งชื่อโดเมนที่ต้องการย้าย และ Transfer Code ไปยังผู้ให้บริการรายใหม่ทำการย้าย
4.เมื่อผู้บริการดำเนินการย้ายโดเมนเสร็จแล้ว จะมีอีเมลแจ้งเตือนเข้ามาให้ผู้เป็นเจ้าของโดเมนกดยืนยัน
5.ในการย้ายโดเมนจะใช้ระยะเวลาอยู่ที่ประมาณ 5 วัน และการย้ายในแต่ละครั้งจะเป็นการต่ออายุให้ทันทีอีก 1 ปี

Tags:

เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการทำเว็บไซต์ธุรกิจและการจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on September 09, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on เทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อประสิทธิภาพในการทำเว็บไซต์ธุรกิจและการจดทะเบียนโดเมนเนม

การสร้างเว็บไซต์เพื่อการโฆษณาให้กับธุรกิจหรือสินค้าของคุณ ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ด้วยเครื่องมือและบุคลากรมืออาชีพที่ทางเราคัดสรร จะทำให้เว็บไซต์ของคุณดูทันสมัย บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ความเป็นคุณ ในปัจจุบันนั้นคงปฏิเสธไม่ได้ว่าอินเตอร์เน็ตนั้นมีผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันของมนุษย์อย่างมากมายมหาศาล จึงทำให้บริษัทต่างๆ นั้นหันมาทำเว็บไซต์สำหรับบริษัทของตนเองกันมากขึ้น เว็บไซต์ในปัจจุบันนั้นเปรียบเหมือนกับหน้าบ้านของบริษัทนั้น ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าเป็นตัวแทนของภาพลักษณ์ของบริษัทเลยก็ว่าได้ ดังนั้นการมีเว็บไซต์ที่มีหน้าตาสวยงาม ก็จะส่งผลต่อภาพลักษณ์ของบริษัทนั้นๆ ไปโดยปริยาย ในทางกลับกัน ถ้าเว็บไซต์ของคุณมีหน้าตายุ่งเหยิง ไม่สวยงาม จะทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทดูไม่ดี ขาดความหน้าเชื่อถือไปด้วย ด้วยเหตุผลเหล่านี้การออกแบบเว็บไซต์จึงถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากในการทำเว็บไซต์  ผู้เชี่ยวชาญในบริการรับทำเว็บไซต์ จัดการสิ่งเหล่านี้ให้กับคุณ ซึ่งเรารับรองได้ว่า คุณจะไม่ผิดหวังกับผลงานของเราอย่างแน่นนอน

บริการจดโดเมนเนม
โดนเมนเนม ถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกที่มองข้ามไม่ได้เลยสำหรับเว็บไซต์นั้นๆ โดยเฉพาะกับการโฆษณาบนอินเตอร์เน็ท ถ้าได้ชื่อที่เฉพาะเจาะจง ตรงกับกลุ่มเป้าหมายที่มีความสนใจเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้วนั้น จะทำให้โดเมนเนม หรือ เว็บไซต์นั้นๆ จะได้รับความสนใจและเป็นที่จดจำได้ง่ายไม่ใช่กับผู้เข้าชมหรือ
กลุ่มเป้าหมายที่เข้ามาชมเว็บไซต์ผ่านโดมเนมเท่านั้นยังรวมไปถึง Search Engine ชื่อดังต่างๆ เช่น Google Yahoo MSN เป็นต้น ที่จะเข้ามาแวะเวียนเข้ามาทำ index กับเว็บเพจหน้าต่างๆ ในเว็บไซต์ของเรา

คุณสามารถทำให้เว็บไซต์คุณ เป็นที่รู้จักและ จดจำได้ง่ายกับบริการจด โดเมนเนม .com .net .org ให้กับเว็บไซต์ของคุณ สร้างเอกลักษณ์เว็บไซต์   ให้จดจำง่าย  ดูดี  เพื่อเป็นการเริ่มต้นในธุรกิจทาง Internet  ที่สมบูรณ์ และเป็นการสร้าง brand ของเว็บไซต์ให้ติดตลาดได้ง่ายขึ้น การตั้งชื่อโดเมนเนม จะสามารถตั้งได้ด้วยอักขระ ได้แก่ ตัวอักษรภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) โดยปกติแล้วชื่อโดเมนเนมจะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร ตัวอักษรตัวใหญ่ A – Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก a-z ถือว่าเหมือนกัน

ในปัจจุบันนี้ลูกค้าสามารถจดชื่อโดเมนเนมเป็นภาษาไทยได้แล้ว แต่ต้องจดทะเบียนผ่านผู้ให้บริการที่รองรับเท่านั้น ในขณะนี้สามารถจดได้เฉพาะนามสกุล .com และ .net

Tags: ,

ความก้าวหน้าของธุรกิจเว็บไซต์สำหรับจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on August 28, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on ความก้าวหน้าของธุรกิจเว็บไซต์สำหรับจดทะเบียนโดเมนเนม

แต่ก่อนเวลาเข้าดูเว็บไซต์มักคุ้นเคยกับชื่อโดเมนเนมเป็นภาษาอังกฤษ เช่น กูเกิล (google.com) หรือแม้แต่โดเมนเนมที่เป็นชื่อไทย ยังต้องเขียนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษ เช่น สนุก (sanook.com)

ในหลักการของการจดโดเมนเนมข้างต้นสามารถจดได้เฉพาะตัวอักษรที่เป็นภาษาอังกฤษ คือ A ถึง Z และ ตัวเลขอารบิก 0 ถึง 9 หรือหากมีเครื่องหมายก็สามารถมีเครื่องหมายลบ หรือ ยัติภังค์ (-) ได้

แต่เมื่อมีความก้าวหน้า และเทคโนโลยีพัฒนาขึ้น จึงได้มีการพัฒนารูปแบบภาษาให้สามารถจดได้มากภาษาขึ้น จึงทำให้เราสามารถจดโดเมนภาษาไทย (IDN) ในรูปแบบ โดเมนนามสกุล .TH นอกจากภาษาอังกฤษได้ด้วย

คณะอนุกรรมการด้านนโยบายอินเทอร์เน็ตสำหรับประเทศไทยเห็นชอบให้มีการบริการรับจดทะเบียนชื่อโดเมนภาษาไทย ใน 7 สกุล ได้แก่ .คอม .องค์กร .รัฐ .เน็ต .ศึกษา .ทหาร และ .อิสระ

และวันนี้ คุณเองก็สามารถจดโดเมนภาษาไทยได้เลย ข้อดีของการ จดโดเมนภาษาไทย (IDN) ก็คือ ง่ายต่อการจดจำ ลองคิดดูว่า หากคุณอยากจดโดเมน ที่ใช้ชื่อว่า โทรกลับบ้าน.com แต่ต้องสะกดทับศัพท์เป็น torklabban.com แบบไหนจดจำง่ายกว่ากัน และแบบไหนสร้างความสับสน หรือความเข้าใจผิดมากกว่ากัน หรือบางครั้งคุณสามารถบอกชื่อภาษาไทยได้เลย เช่น โทรกลับบ้าน.com หรือ ตัดผม.com เป็นต้น

และที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือ สื่อสารกับกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุดมากกว่า ทำให้ช่องทางการค้าขาย หรือแม้แต้การประชาสัมพันธ์ได้ผลดีกว่า และต่อยอดการทำธุรกิจได้มากกว่า เช่นในกรณีการทำ Search Engine เพราะการมีชื่อโดเมนเนมที่ตรงกับคีย์เวิร์ด หรือคำค้นหาในระบบ Search Engine จะยิ่งทำให้ประมวลผลได้ไวกว่า และมีการแสดงผลในอันดับที่ดีกว่าคนอื่นๆ

และเมื่อมีโดเมนภาษาไทย แล้ว บวกกับการมีเว็บโฮสติ้งที่ใช้เครื่องเซิฟเวอร์ประสิทธิภาพสูง เสถียร รวดเร็ว ได้ใจ มี Uptime เกิน 99.9% และต้องมีหน่วยประมวลผลที่รวดเร็ว ยิ่งทำให้ธุรกิจของคุณทำกำรี้กำไรได้อย่างงดงาม

กลุ่มเป้าหมายก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน ดังนั้น การแยกเซิฟเวอร์อย่างชัดเจนจึงเป็นอีกหนึ่งเทคนิค โดยหากกลุ่มเป้าหมายเป็นชาวไทย และมีหน้าเว็บไซต์เป็นภาษาไทย การฝากเว็บไซต์ไว้กับเซิร์ฟเวอร์ในไทย จะก่อนให้เกิดความรวดเร็ว และความคล่องตัวในการสื่อสารมากกว่า ในตรงกันข้าม หากทาร์เก็ตคือชาวต่างชาติจากทั่วทุกมุมโลก การเลือกใช้งานเซิฟเวอร์ในต่างประเทศจะทำให้เว็บไซต์เร็วกว่า

Tags:

ธุรกิจในส่วนเว็บไซต์สำหรับการจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on July 30, 2014
ธุรกิจ / Comments Off on ธุรกิจในส่วนเว็บไซต์สำหรับการจดทะเบียนโดเมนเนม

rayy

เนื่องจากโดเมนเนมเป็นตัวแทนในการอ้างถึงที่ตั้งของเว็บไซต์ ต่างๆ บนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จึงมีข้อจำกัดในเรื่องของการตั้งชื่อที่จะต้องจดจำได้ง่าย สัมพันธ์กับชื่อขององค์กรธุรกิจ ดังนั้นโดเมนเนมจึงเป็นทรัพยากรที่มีอยู่จำกัด ซึ่งส่งผลให้เกิดการแก่งแย่งช่วงชิงกันขึ้นซึ่งมีผลมาจากการไร้ขอบเขตของอินเตอร์เน็ต ดังนั้นจึงมีโอกาสที่ธุรกิจที่มีBrandname ที่ซ้ำกัน จากปัญหาเหล่านี้นี้ทำให้เกิดเป็นธุรกิจใหม่หลายประเภทบนอินเตอร์เน็ต อย่างเช่น ธุรกิจที่ให้บริการในการตรวจสอบชื่อโดเมนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของลูกค้าว่ามีชื่อใดที่ยังคงว่างอยู่ซึ่งจะมีบริการส่ง E-mail มาแจ้งเตือนเมื่อมีผู้จด นอกจากนี้ยังมีธุรกิจประเภทที่ให้บริการในการตรวจสอบโดเมนเนมที่หมดอายุสัญญา ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถจะทำการจดเพื่อให้ได้สิทธิในการเป็นเจ้าของ

โดเมนเนมที่มีใช้กันอยู่ในปัจจุบันสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

1.gTLD (Generic Top-Level Domain) เป็นโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วย .com .net .org .edu .gov .mil และ .int

2.ccTLD (Country Code Top-Level Domain) เป็นโดเมนเนมที่ลงท้ายด้วยตัวอักษร 2 หลัก ตามรหัสประเทศ เช่น .th .us .uk .jp

สำหรับโดเมนเนมกลุ่ม .com เป็นที่นิยมจดกันเป็นมากที่สุดเนื่องจากความเป็นสากล ซึ่งในปัจจุบันโดเมนเนม ประเภทนี้มีการใช้มากที่สุด ในส่วนของ .net เป็นเว็บไซต์ที่ให้บริการทางด้านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตที่มีจำนวนรองลงมา ส่วน .org เป็นองค์กรที่ไม่แสวงกำไรจะมีอยู่น้อยที่สุด นอกจากนี้ยังมีโดเมนเนมใหม่อีก 7 กลุ่ม คือ

.firm สำหรับธุรกิจหรือบริษัท

.shop สำหรับธุรกิจซื้อขายสินค้า

.web กลุ่มที่ทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ World Wide Web

.arts กลุ่มที่ทำธุรกรรมด้านบันเทิงและวัฒนธรรม

.rec กลุ่มที่ทำธุรกรรมเกี่ยวกับงานสร้างสรรค์ (Recreation)

.info กลุ่มที่ให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร

.nom สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการทำเว็บไซต์ส่วนตัว

จะเห็นได้ว่าการประกอบธุรกิจจดทะเบียนโดเมนเนมนั้นเป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะปัจจุบันนี้มีผู้คนสนใจขายของออนไลน์มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ผู้ที่จะทำธุรกิจประเภทนี้จำเป็นที่จะต้องสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อใช้ในการประชาสัมพันธ์สินค้าและใช้ในการซื้อขาย เมื่อมีการสร้างเว็บไซต์ขึ้นมาแล้วจึงจำเป็นที่จะต้องตั้งชื่อโดเมนเนมเพื่อการเข้าถึงสินค้าได้อย่างรวดเร็วและง่ายต่อการซื้อขาย จึงทำให้มีการทำธุรกิจจดทะเบียนโดเมนเนมขึ้นมาเพราะสามารถสร้างรายได้ได้อย่างมากมาย

Tags: , ,