ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

Posted by admin on October 28, 2015
ธุรกิจ / Comments Off

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน
การจดโดเมนเนมก็เหมือนการขอ e-mail ฟรีแต่การขอ e-mail ฟรีจากผู้ให้บริการบางราย ยากกว่าการขอโดเมนเนมเสียอีก เพราะการขอโดเมนเนมท่านเพียงกรอกข้อมูลไม่กี่ช่อง จากนั้นจะได้รับแจ้งให้ชำระเงิน โดยปกติใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เพราะปลอดภัยทั้งผู้โอน และผู้รับ ผู้รับจดโดเมนเนมจะดำเนินการให้ หลังจากได้รับ Fax หลักฐานการโอนเงิน ซึ่งประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อทำให้ชื่อโดเมนที่ขอจดใช่งานได้

การทำงานของโดเมนเนม ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะใช้กลุ่มตัวเลข 4 กลุ่ม ที่คั่นด้วยจุด เช่น 11.12.333.123 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address ในการระบุตำแหน่งของ Website ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่า อยู่บนเครื่องใด และอยู่ในเครือข่ายใด แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลขซึ่งยาก แก่การจดจำ ดังนั้นจึงเป็นการ สะดวกกว่าที่จะใช้ชื่อ หรือกลุ่มของตัวอักษร ซึ่งก็คือ Domain Name ในการอ้างอิงแทน โดยจะอาศัย DNS Server มาช่วยจับคู่ IP Address และ Domain name เข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องการที่จะ เรียกดู Website ของท่าน ไม่ว่าจะทราบ IP Address หรือ Domain name เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่ผิดพลาด

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมน

  1. ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
  2. Domain ต้องจดในชื่อของคุณเท่านั้น Domain Ownership
  3. ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
  4. ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
  5. ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับคุณตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับคุณ เรียกว่า Registrant E-Mail
  6. บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของคุณไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ

อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

  1. ชื่อ Domain สามารถใช้ ตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) ได้
  2. ชื่อ Domain โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข
  3. ชื่อ Domain มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร
  4. ชื่อ Domain ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน
  5. ชื่อ Domain ต้องไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย – และต้องไม่มี Space

Tags: ,

ธุรกิจให้บริการจดโดเมนในไทย

Posted by admin on October 11, 2015
ธุรกิจ / Comments Off

ในปัจจุบันมีธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตในการซื้อขาย ทำให้ธุรกิจผู้ให้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์ได้รับความนิยมตามไปด้วย นอกจากธุรกิจรับทำเว็บไซต์และให้บริการพื้นที่เว็บไซต์แล้ว ยังมีบริการจดโดเมนเพิ่มขึ้นมาด้วย

สำหรับในประเทศไทยนั้นแบ่งผู้ให้บริการได้เป็นสองกลุ่ม คือ

1.หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานอินเทอร์เน็ตสากล ICANN

2.หน่วยงานที่เป็นตัวแทนของ Registrar หรือ reseller

ในไทยมี registrat ไทยรายเดียวที่ได้รับแต่งตั้งจาก ICANN คือบริษัท ดอท อะไร จำกัด (www.DotArai.com) สำหรับ reseller ในเมืองไทยนั้นมีทั้งที่เป็น reseller ให้กับ registrar ต่างประเทศ และ เป็น Business Partner กับ DotArai

สำหรับขั้นตอนการให้บริการนั้นผู้ให้บริการจะมีระบบรับข้อมูลจากลูกค้า เพื่อส่งข้อมูลนั้นไปจดทะเบียน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวสำคัญมากจึงสมควรที่จะใช้ข้อมูลจริงตามเอกสารราชการ เพราะเป็นข้อมูลที่จะเก็บไว้กับหน่วยงานทะเบียน เป็นหลักฐานให้ทราบว่าเราเป็นผู้ถือครองโดเมน ซึ่งจะมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือแม้กระทั่งเปลี่ยน registrar/reseller ได้  เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าวพร้อมชื่อโดเมนที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงได้รับชำระค่าบริการจดโดเมนแล้วนั้น ทางผู้ให้บริการจะส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยัง registrar และ registrar จะส่งข้อมูลไปเก็บไว้ที่นายทะเบียน เป็นอันว่าโดเมนจะสามารถเริ่มใช้งานได้ หลังจากนั้นผู้ให้บริการจะทำหน้าที่ดูแลแก้ไขข้อมูลโดเมนเมื่อลูกค้าต้องการ และแจ้งเมื่อโดเมนหมดอายุ

สำหรับธุรกิจนี้ต้องมีพื้นที่รองรับลูกค้าในจำนวนมาก และพัฒนาระบบให้รองรับอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในปัจจุบันมีผู้ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจประเภทนี้จำนวนมาก

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจเลือกใช้บริการจดโดเมนนั้นควรดูที่ความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเว็บไซต์ของเราติดตลาดแล้ว ชื่อโดเมนจะมีคุณค่ามากมาย จึงไม่ควรไปเสี่ยงกับผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพที่อาจทำให้ลูกค้ารายอื่นไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ และสูญเสียรายได้และฐานลูกค้าที่เคยมีอยู่ ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการโดเมนที่ได้รับความไว้วางใจว่าจะดูแลโดเมนของเราเป็นอย่างดี

Tags:

การเลือก domain name ให้เป็นที่จดจำและน่าสนใจ

Posted by admin on August 17, 2015
ธุรกิจ / Comments Off

การตั้งชื่อโดเมนให้จำง่ายจะส่งผลดีกับเว็บไซต์และธุรกิจบนโลกออนไลน์จะช่วยช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจได้อย่างดี ซึ่งการเลือกตั้งชื่อโดนเมนสามารถทำได้ดังนี้
1. ควรเป็นชื่อที่จำได้ง่าย สะกดได้ง่าย จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาใช้งานเว็บของเราได้ ไม่ควรใช้คำไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพราะนอกจากจะสะกดได้ยากแล้ว ยังมีโอกาศสะกดผิดพลาดได้ง่ายอีกด้วย
2. ควรเป็นชื่อที่สั้น คือไม่ควรเกิน 10 ตัวอักษร จะสามารถทำได้จำได้ง่ายขึ้น และยังลดการสะกดชื่อผิดได้
3. ควรจดโดยใช้ .com เพราะผู้ใช้งานจะคุ้นเคยกับ .com มากกว่า และในกรณีที่ผู้ใช้งานจำ domain name เราไม่ได้ก็มีโอกาศสูงที่เค้าจะใช้ชื่อ .com ก่อน
4.ควรเป็นชื่อที่ง่ายในการออกเสียง การออกเสียงได้ง่ายจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น และสะกดได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น sanook
5. ควรเป็นชื่อที่มีตัวอักษรเท่านั้น เพราะการใส่สัญลักษณ์และตัวเลขนั้นจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ชื่อ domain name ได้ง่ายขึ้น
6. ควรใช้ชื่อเว็บไซต์ที่มีตัวอักษรซ้ำกัน จะทำให้การออกเสียงง่ายขึ้นและจดจำง่ายขึ้น หลายเว็บไซต์ดังๆก็ใช้หลักการนี้ เช่น Google
7. ควรเป็นชื่อที่เป็นสากล การใช้ชื่อที่เป็นสากลรู้จักกันโดยทั่วไป ไม่ควรใช้คำเฉพาะที่รู้จักกันคนในพื้นที่รู้จักเท่านั้น
8. ควรเป็นชื่อที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์รู้เนื้อหาของเว็บไซต์ได้ทันทีจากชื่อของเว็บไซต์
9. ควรใช้ยี่ห้อสินค้าของตัวเองเป็น domain name แน่นอนว่ายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนั้นก็มาจากชื่อที่ไม่ดังมาก่อน ดังนั้นเราควรที่จะสร้างยี่ห้อเป็นของตัวเองไม่ควรใช้คำพ้องกับยี่ห้อที่มีอยู่แล้ว
10. ควรมี keyword ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะทำธุรกิจหรือขายสินค้า ในการเลือกชื่อ domain name เนื่องจาก Domain name เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์มีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เนื้อหาของเว็บไซต์ ถ้าเนื้อหาของเว็บไซต์ดี เว็บไซต์ก็จะเป็นที่นิยมได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

Tags:

Domain name มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

Posted by admin on July 15, 2015
ธุรกิจ / Comments Off

โดเมนเนม (Domain name) คือ ชื่อเว็บไซต์ ซึ่งในปัจจุบันสามารถจดโดเมนเป็นชื่อภาษาไทยได้ สำหรับชื่อโดเมนมีความสำคัญยังไงนั้นจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าการตั้งชื่อโดเมนไม่สำคัญอยากตั้งชื่ออะไรก็ได้ตามใจ ซึ่งความจริงแล้วควรให้ความสำคัญกับชื่อโดเมนเพราะจะทำให้มีคนเข้าเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถค้นหาในเครื่องมือ seach engine ได้ง่ายขึ้น เพราะว่า seach engine จะให้ความสำคัญกับโดเมนเนม หากเราเลือกชื่อโดเมนให้มีความหมายตรงกับคำที่คนค้นหาแล้วโอกาสที่เว็บจะถูกหาเจอใน seach engine ก็มีสูงเช่นเดียวกัน เช่น ตั้งชื่อโดเมนเนมว่า www.ขายหนังสือ.com แทนที่จะเป็น www.book.com เพราะคนส่วนใหญ่จะพิมพ์คำว่า หนังสือ มากกว่าคำว่า book หรือการตั้งชื่อโดเมนโดยใช้ชื่อบริษัทมาใช้ชื่อโดเมนนั้นอาจจะบ่งบอกถึงความเอกลักษณ์ สำหรับการจะใช้ชื่อเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดีนั้นขึ้นอยู่ว่าเน้นลูกค้าประเทศไหน ส่วนนามสกุลของเว็บไซต์จะใช้อะไรก็ได้ โดยทั่วๆไปก็จะใช้ .com

แนะนำประเภทของโดเมนเนมเบื้องต้น

.com (.com = Commercial) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.net (.net = Network) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรใด หรือบริษัทใด ที่ทำงานเกี่ยวกับเครือข่าย หรือ Network

.org (.org = Organization) ใช้สำหรับเว็บไซต์องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร เช่น สมาคม หรือมูลนิธิ

.biz (.biz = Business) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.info (.info  = Information) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเป็นหลัก

.edu (.edu = Education) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา

.gov (.gov  = Government) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของรัฐบาล

.mil (.mil = Military) ใช้สำหรับหน่วยงานทางทหาร

สำหรับโดเมนรหัสประเทศนั้น จะแสดงให้เห็นว่า โดเมนนั้นเปิดทำการในประเทศใด เช่น

.uk คือเว็บไซต์ของประเทศอังกฤษ

.jp คือเว็บไซต์ของประเทศญี่ปุ่น

.th คือ เว็บไซต์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก เช่น แบ่งกลุ่มเป็น .or.th , .ac.th , .co.th , .go.th , .in.th เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนม ที่สามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์ได้และตรงกับกลุ้มเป้าหมายจะทำให้มีโอกาสหาลูกค้าที่เข้าเว็บได้เร็วและมากยิ่งขึ้น

 

Tags:

ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

Posted by admin on June 08, 2015
ธุรกิจ / Comments Off

สำหรับคนที่จดทะเบียนโดเมนเนม และใช้งานเว็บโฮสติ้งอยู่แล้ว หลายๆ คน หรือส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า นอกจากที่เราจะสามารถย้ายเว็บโฮสติ้งเพื่อไปใช้บริการกับผู้ให้บริการอื่นๆ ได้แล้ว เรายังสามารถย้ายโดเมนเนมที่เราจดทะเบียนไว้แล้ว ไปยังผู้ให้บริการอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยที่มีขั้นตอนการดำเนินการเล็กน้อย แต่แน่นอนมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า การย้ายโดเมนเนมกับการย้ายเว็บโฮสติ้ง เป็นคนละเรื่องกัน คือเราสามารถย้ายโดเมนเนมโดยไม่ย้ายเว็บโฮสติ้งก็ได้ และเราก็สามารถย้ายเว็บโฮสติ้งโดยไม่ย้ายโดเมนเนมก็ได้ เนื่องจากทั้งโดเมนเนม และเว็บโฮสติ้งเป็นบริการคนละส่วนกัน ฉะนั้นเราสามารถจดทะเบียนโดเมนเนมกับผู้ให้บริการรายหนึ่ง แล้วไปใช้บริการเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการอีกรายหนึ่งได้

การย้ายโดเมนเนม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะได้ดังนี้
– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดยตรง หรือ Registrar
ในกรณีนี้โดยส่วนมากจะเป็นโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดเมนเนมในต่างประเทศ เช่น eNom, Go Daddy, Tucows, Network Solutions, OnlineNic เป็นต้น เนื่องจากในประเทศไทยไม่มีผู้ให้บริการที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ได้รับสิทธิ์เป็น Registrar โดยตรง (ส่วนใหญ่จะเป็น Reseller ของ Registrar ในต่างประเทศอีกที) แต่ในต่างประเทศจะมีผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ (ลักษณะคล้ายๆ สัมปทาน) ในการรับจดทะเบียนโดเมนเนม และสามารถแต่งตั้ง Reseller ขึ้นมาเพื่อรับจดทะเบียนโดเมนเนมต่ออีกทอดหนึ่งได้
สำหรับขั้นตอนการย้ายโดเมนเนม กรณีที่จดทะเบียนกับ Registrar โดยตรงมีขั้นตอนคราวๆ ดังนี้

1. Login เข้าสู่ระบบบริหารจัดการโดเมนเนม (Manage Domain) เพื่อขอ Auth Code หรือ EPP Code จากระบบ สำหรับ Auth Code หรือ EPP Code นั้นจะเป็นเสมือนรหัสลับของโดเมนเนมแต่ละตัว ซึ่งจะไม่เหมือนกัน และใช้สำหรับการย้ายโดเมนเนมเท่านั้น (สำหรับรหัสผ่าน เพื่อเข้าจัดการโดเมนเนม จะเป็นอีกชุดหนึ่ง) โดยเมื่อทำการร้องขอเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่ง Auth Code หรือ EPP Code ไปที่อีเมลล์ของ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเท่านั้น (ดังนั้นท่านต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าอีเมลล์ดังกล่าวเป็นของท่านจริง)
2. ติดต่อผู้ให้บริการรับจดทะบียนโดเมนเนมปลายทาง (ที่เราจะย้ายไป) โดยอาจจะเป็นการสั่งซื้อบริการย้ายโดเมนเนมผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตรงนี้ระบบจะให้เราใส่ Auth Code หรือ EPP Code ด้วย หากไม่มีก็จะไม่สามารถทำต่อได้ หรือบางที่อาจจะให้เราส่ง Auth Code หรือ EPP Code ให้ผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อให้เขาจัดการให้ หลังจากนั้นก็ชำระค่าบริการ โดยส่วนมากค่าบริการจะเท่ากัน หรือใกล้เคียงกับค่าบริการจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ของผู้ให้บริการรายนั้นๆ (สำหรับค่าบริการย้ายโดเมนเนมนี้ จะไม่สูญเปล่า เนื่องจากเมื่อย้ายโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะต่ออายุโดเมนเนมให้เราอีก 1 ปี)
3. เมื่อดำเนินการทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้รออีเมลล์เพื่อให้ทำการยืนยันการย้ายโดเมนเนม โดยอีเมลล์จะถูกส่งมาที่อีเมลล์เดียวกับที่ท่านได้รับ Auth Code หรือ EPP Code (อีเมลล์ Administrative’s contact) โดยในอีเมลล์จะมีลิงค์สำหรับคลิกเพื่อทำการยืนยันว่าต้องการย้ายโดเมนเนมจริง (ก็ทำตามคำแนะนำในอีเมลล์ได้เลย) และยังเป็นการยืนยันว่าคำร้องขอย้ายโดเมนเนมมาจากความต้องการของเจ้าของโดเมนเนมอย่างแท้จริงอีกด้วย (เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นคนทำเรื่องย้าย และมีอีเมลล์มาแสดงว่ามีคนพยายามย้ายโดเมนเนมเราแล้ว) หลังจากยืนยันตามขั้นตอนแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันในการดำเนินการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย)

– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar
สำหรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar ส่วนมากคือโดเมนเนมที่เราจดทะบียนกับผู้ให้เว็บโฮสติ้ง หรือจดทะเบียนกับผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมในไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็น Reseller ของ Registrar ที่อยุ่ต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนน ก็จะมีขั้นตอนในการย้ายเหมือนกับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมโดยตรง เพราะที่สุดแล้วโดเมนเนมของเราก็อยู่ภายใต้ Registrar เหมือนกัน ไม่ว่าจะจดโดยตรง หรือจดผ่านทาง Reseller แต่ที่อาจจะมีความแตกต่างบ้างในขั้นตอนการโอนย้ายก็คือ การขอ Auth Code หรือEPP Code อาจจะต้องให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ส่งคำขอ Auth Code หรือEPP Code แทนเรา โดยที่เราต้องแจ้งผ่านทางอีเมลล์ หรือโทรศัพท์เพื่อให้ช่วยดำเนินการ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ยื่นคำขอ Auth Code หรือ EPP Code อีเมลล์ ก็จะแจ้งข้อมูลมาที่อีเมลล์ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเหมือนกัน หลังจากได้มาแล้ว เราก็ติดต่อไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมปลายทาง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนการย้ายเหมือนกับที่เขียนไว้ด้านบน

Tags: ,