หลักการเลือกสรรผ้าม่านให้เหมาะสมกับบ้านพักอาศัย

Posted by admin on April 13, 2017
สินค้า / Comments Off on หลักการเลือกสรรผ้าม่านให้เหมาะสมกับบ้านพักอาศัย

การเลือกผ้าม่าน บางทีอาจเป็นเรื่องอยากสำหรับบางท่าน จริงๆ แล้วแล้วก็ไม่ใช่เช่นนั้นซะทีเดียว ถ้ามีความเห็นอกเห็นใจโดยฐานรากเรื่องสีอยู่บ้าง หรือไม่ก็จากความเชี่ยวชาญที่เคยได้สัมผัส ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ๆเราเคยผ่านตา เช่นเรือนแม่แบบตามโครงการ หรือที่อยู่อาศัยที่เราเคยได้เข้าไปต่อเนื่อง อาจเป็นบ้านเพื่อน คนรู้จัก หรือไม่ก็จากตำรา นิตยาสาร อินเตอร์เน็ต หรือในร้านผ้าม่านเอง นั้นก็คือพื้นฐานแรก  ความเห็นต่างๆ เราสามารถสัมผัสได้ในระดับหนึ่ง มองออกได้ในระดับหนึ่ง ทำให้เราได้มีมูลฐานเริ่มต้นไม่มากก็น้อย การคัดเลือกผ้าม่านนั้นจุดสำคัญ ขึ้นอยู่กับเราว่าเราจะถูกอย่างไหน พอใจอย่างไหน เราเองสามารถรู้ได้โดยความเห็นของเราเอง นั้นคือแบบแผนในการตกลงใจ

ในเรื่องของสีพร้อมด้วยลายผ้านั้น ไม่ได้มีหลักปฏิบัติตายตัวเสมอไป   หลายสิ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะเจาะ ไม่ได้จำกัดว่าห้องนอนต้องเป็นสีโน้น ห้องนั่งพักผ่อนต้องเป็นสีนี้ เราสามารถเลือกคัดสีพร้อมกับแบบอย่างของผ้าม่านเพื่อให้เข้าหรือไปกันได้กับภาวะแวดล้อมหรือห้องที่เราต้องการตกแต่ง ขอแค่ทำแล้วเข้ากันหรืออาจตัดกันบ้างกับสิ่งรอบตัวหรือบรรยากาศโดยรวม เช่นสีโดยรวมของห้องนั้นออกโทนสีอะไร แบบอย่างและสีเฟอร์นิเจอร์เป็นเช่นไร เราสามารถนำสีผ้าม่านนั้นมาเปรียบเทียบดูถึงความพอดี หรือเพื่อให้ตัดกันในแนวทางที่ไปกันได้

Tags:

เนื้อความดีๆเกี่ยวกับแสลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง

Posted by admin on March 31, 2017
สินค้า / Comments Off on เนื้อความดีๆเกี่ยวกับแสลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง

แสลนกรองแสงนั้นเป็น การลดราคาทอนความเข้มแสงให้บางเบาลงเพื่อที่จะไม่ให้พืชพันธุ์นั้นได้รับความสว่างกระบุงโกยจนเกินดี การเลือกสรรเปอร์เซ็นต์ในการกรองแสงของแสลนกรองแสงก็จะขึ้นอยู่กับกลุ่มของพฤกษา กับระยะเวลาอายุของต้นไม้ที่เราปลูกค่ะ เช่น ในห้วงของการชำเม็ด จนถึงตอนอนุบาลกล้าก็ต้องใช้งานกรองแสงมากหน่อยเกือบ 70% ถึง 80% ครับ และเมื่อต้นกล้ามีแก่ชราขึ้น จนเชี่ยวชาญย้ายลงตบแต่งเพาะเลี้ยงได้นั้น ส่วนแบ่งแสงที่ได้รับก็ต้องยิ่งขึ้น เราอาจจะใช้กรองแสงแค่ประมาณ 50% ถึง 60% ก็พอเพียงต่อความเรียกร้องของพฤกษาแล้วล่ะ และต่างว่ากลุ่มพืชที่สร้างนั้น เป็นพฤกษ์ประเภทที่ไม่ชอบแสงจ้า พึงปรารถนาร่มเงา เช่นว่า กล้วยไม้ ไม้กลุ่มนี้ไม่ต้องการแสงโควตามากๆ ด้วยเหตุนั้นเราก็ต้องใช้กรองแสงในส่วนแบ่งที่สูงขึ้นซัก 80% กำลังดีครับ

และอีกเรื่องคือ สีของแสลนกรอง ที่มีทั้ง สีดำ และ สีเขียว แล้วเราพึงจะใช้สีอะไรดีล่ะ? ทั้ง 2 สีนั้นมีความต่างกันในเรื่องของสีกับแสงและจิตใจ อีกนัยหนึ่ง แสลนกรองแสง หรือ ตาข่ายกรองแสง สีดำนั้นจะไม่ไปตักออกค่าความยาวของคลื่นแสง แสงที่ทะลุผ่านแสลนกรองแสงสีดำนั้น จะเป็นแสงขาวเหมือนที่เราเห็นทั่วถึง แต่แสลนกรองแสงสีอื่นจะกระเด้งลิดรอนค่าความยาวของคลื่นแสงที่เป็นสีเดียวกันกับสีของแสลนกรองแสงนั้นออกไป และพืชก็มุ่งแสงสีน้ำเงินและแดงเป็นหลัก ซึ่งรวมอยู่ในแสงสีขาวนั้นอยู่แล้ว ถ้าแสงสีเหล่านี้ถูกตัดทอนออกไปก็จะมีผลต่อการสังเคราะห์ความสว่าง จนถึงการล้ำหน้าเติบใหญ่ของพืชครับ ชิ้นแสลนกรองแสงสีเขียวนั้นเราจะเห็นคนเลือกสรรใช้กันเยอะแยะมากกว่าสีดำ นั่นก็โดย ประเด็นหนึ่งเลยคือแสลนสีดำตุนความร้อนได้ดีกว่าสีเขียว ตามสรรพคุณของสีดำ ซึ่งส่งผลลัพธ์ให้ในระยะยาวแสลนสีดำนั้นจะพุพังเสื่อมคุณลักษณะเร็วกว่าสีเขียวนั่นเอง

Tags:

สายรัดข้อมือมีขึ้นเมื่อไหร่?

Posted by admin on March 30, 2017
สินค้า / Comments Off on สายรัดข้อมือมีขึ้นเมื่อไหร่?

สายรัดข้อมือ มักมีรูปพรรณเป็นวงกลมที่ปฏิบัติงานจากพลาสติก หรือกระดาษมัน ที่ใช้เพื่อโอบหรือว่าคาดที่ละแวกแขน สายรัดข้อมือเหล่านี้โดยมากทำเอาไม่สามารถใช้ประสมได้ เพื่อใช้เป็นสัญญาณติดตัว หรือใช้เพราะด้วยเป็นการป่าวร้องแนวคิดหรือว่าส่งเสริมสหพันธ์การบุญกุศลต่าง ๆ

ต้นปีพ.ศ. 2548 สายรัดข้อมือซิลิโคนได้กลายเป็นเครื่องแต่งตัวที่หาได้ความชื่นชม ที่สหภาพการกุศลนำมาเพื่อหาเงินเสียสละ สายรัด Livestrong เป็นแบบแรกที่ออกมา ผ่านทางการบุกเบิกโดยแลนซ์ อาร์มสตรองนักปั่นจักรยาน ต่อจากนั้นก็ได้มีออกมาอีกหลายแบบ

ในประเทศไทยสายรัดข้อมือ เริ่มเป็นที่แบบในช่วงหัวปี พ.ศ. 2548 โดยที่ราคาของสายรัดข้อมือบางชนิดมีค่าสูงเดา 1 พันบาท พร้อมกับได้หมดแฟชั่นในช่วงกลางปี พ.ศ. 2548

แต่ในปัจจุบันนี้ได้รับความชื่นชอบในการผลิตเพื่องาน แสดงของซื้อของขาย ของกำนัลสำหรับองค์กร ต่าง ๆ อย่างสะพัด เนื่องแต่มีต้นทุนต่อชิ้นทึ่ถูก ซึ่งแนวทางการทำสายรัดข้อมือ นั้นมีหลายหลายอย่าง ส่วนมากนั้นสายรัดข้อมือจะมีการทำจาก ยาง ซิลิโคน Rubber มากมายเกรด

วีธีการขึ้นลายบนสายรัดข้อมือนั้น ในการผลิตมากมายจะใช้การจัดการบล็อกในการขึ้นของซื้อของขายมีจุดดีคือความชัดของการวาดเขียนบนสายรัดข้อมือ และอีกอย่างในการทำการวาดเขียนบนสายรัดข้อมือนั้น หมายความว่า การใช้เลเซอร์ในการแกะคดีบนสายรัดข้อมือ ซึ่งสามารถทำได้ในจำนวนน้อยต่อแบบ ซึ่งได้รับแบบอย่างจากผู้ซื้อ เพราะสามารถทำสายรัดข้อมือได้ตามความต้องการในโควตาที่ไม่มาก อีกทั้งบางหุ้นส่วนยังสามารถ ใส่หมายเลยเลขโค๊ดเฉพาะเกี่ยวกับสายรัดข้อมือแต่ละอันได้ด้วย

 

Tags:

วิธีการเลือกตู้เซฟให้เหมาะสมกับบ้าน

Posted by admin on March 23, 2017
สินค้า / Comments Off on วิธีการเลือกตู้เซฟให้เหมาะสมกับบ้าน

เมื่อคิดจะซื้อตู้เซฟ สิ่งแรกที่แวบเข้ามาในหัวของเราๆ มักจะเป็นคุณสมบัติในการช่วยพิทักษ์ของมีค่าส่วนตัวให้ปลอดภัย ซึ่งของมีค่าในที่นี้ก็อาจจะแบ่งได้เป็นของมีค่าในทางมูลค่า เช่น เครื่องเพชร นาฬิกาแบรนด์หรู ฯลฯ หรือของมีค่าในเชิงคุณค่าทางจิตใจ เช่น ภาพถ่ายเก่าๆ ของครอบครัว เอกสารสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสูติบัตร ทะเบียนบ้าน โฉนดที่ดิน พาสปอร์ต เอกสารสัญญาต่างๆ เป็นต้น คุณคงไม่อยากกลับเข้าบ้านมา แล้วเจอว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้อันตรธานหรือเสียหายไปหมดแล้วหรอกใช่มั้ยคะ? งานหาซื้อตู้เซฟมากันไว้ก่อนจึงต้องมา!

ตู้เซฟก็มีขายกันหลายแบบหลายราคาอยู่เหมือนกันนะคะ มีทั้งตู้เซฟเล็กๆ ติดผนัง ตู้เซฟขนาดใหญ่แบบตั้งพื้น ตู้เซฟเก็บปืนหรืออาวุธร้ายแรง ฯลฯ แล้วจะเลือกซื้อแบบไหนกันดีล่ะ? แฟนๆ ลองเข้ามาตอบคำถามที่ทาง http://www.bangkokluckysafe.com/ จัดมาให้ดูก่อนนะคะ จะได้ทราบว่าตู้เซฟแบบไหนที่เหมาะกับบ้านของคุณมากกว่ากัน…

– ข้าวของสิ่งไหนบ้างที่คุณต้องการเก็บรักษาให้ปลอดภัย? ลิสท์มาเลยค่ะ เมื่อลิสท์แล้วก็จะจัดหมวดหมู่ได้ง่ายแล้วล่ะค่ะ หมวดเอกสารสำคัญกองนึง (และ/หรือ) หมวดเครื่องเพชรหรือของใช้ราคาแพงลิบๆ กองนึง ดูปริมาณเลยค่ะว่ากองไหนใหญ่กว่ากัน จะได้เลือกซื้อตามขนาดที่ต้องใช้เก็บนะคะ แต่ถ้าพอๆ กัน ก็คงต้องเลือกซื้อ 2-3 ตู้ เพื่อแยกเก็บตามหมวดหมู่ดีกว่านะคะ

– วัดความกว้างของประตูห้องหรือเส้นทางที่ต้องใช้ขนตู้เซฟเข้าไปรึยังคะ? ไม่ว่าคุณจะต้องการตู้เซฟที่มีความจุมากมายแค่ไหนก็ตาม สิ่งที่คุณต้องคำนึงถึงไว้ด้วยก็คือการขนย้ายตู้เซฟเข้ามายังพื้นที่ที่ต้องการค่ะ อย่าถึงกับต้องทุบผนังบ้านเพื่อยัดตู้เซฟใหม่เข้าไปเลยนะคะ!

Tags: ,

รูปแบบและราคาประเมินการรับสร้างบ้านคุณภาพ

Posted by admin on March 14, 2017
บริการ / Comments Off on รูปแบบและราคาประเมินการรับสร้างบ้านคุณภาพ

รูปแบบและราคาประเมินการรับสร้างบ้านคุณภาพนั้น  รูปแบบบ้านมีหลากหลายแบบให้เลือกตามรสนิยมและความชอบส่วนตัวของผู้อยู่อาศัย ตั้งแต่รูปแบบที่มีความซับซ้อนมากอย่างแบบ บ้านเรือนไทยของเราเองที่มีความซับซ้อนทั้งรูปแบบและขั้นตอนในการก่อสร้างที่ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญสูงมาก หรือแบบเรียบง่ายสมัยใหม่แบบ Modern Style ที่ไม่ได้มีความซับซ้อนมากนักแต่เน้นความเนียบเป็นหลัก เรื่องกระบวนการก่อสร้างนี้แหละที่ทำให้บ้านแต่ละรูปแบบบ้านราคาค่าตัวที่แตกต่างกันออกไป

แบบบ้านเรือนไทย มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจนต้องการงบประมาณในการก่อสร้างและช่างฝีมือที่มีความชำนาญสูง แต่ถ้าไม่อยากยุ่งยากเดี๋ยวนี้ก็มีเรือนไทยสำเร็จรูปขาย

แบบบ้าน Modern เป็นแบบที่ค่อนข้างเป็นที่นิยมในปัจจุบัน หาช่างทำง่ายและควบคุมงบประมาณได้จากการเลือกใช้วัสดุและความซับซ้อนของอาคาร

แบบบ้าน Resort อันนี้ก็กำลังเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นรูปแบบที่ค่อนข้างมีรายละเอียดเยอะกว่าแบบ Modern style แต่ก็ไม่ยุ่งยากถึงขนาด เรือนไทย บ้านแนวนี้มักจะสร้างเป็นบ้านพักตากอากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือนอกเมืองเป็นส่วนใหญ่

เพราะฉะนั้นการที่เจ้าของคิดจะสร้างบ้านในฝันซักหลังนั้น จะเลือกเพียงรูปแบบที่ชอบอย่างเดียวไม่ได้นะค่ะ แต่ต้องคำนึงถึงราคาของการสร้างบ้านแต่ละรูปแบบด้วย เพราะยิ่งบ้านมีรูปแบบที่ซับซ้อนก็จะยิ่งมีค่าใช้จ่ายมากขึ้นเป็นเงาตามตัวทั้งค่าของและค่าแรง(ที่มักแพงกว่าราคาค่าแรงขั้นต่ำในกรณีที่เป็นช่างฝีมือ)  เพราะฉะนั้นในขั้นตอนการออกแบบควรกำหนดงบประมาณเคร่าๆให้สถาปนิกทราบเพื่อจะได้ให้คำปรึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการของเจ้าของได้โดยง่าย และไม่ปวดใจในภายหลังเพราะงบที่บานปลาย เพราะเค้าเหล่านั้นสามารถผสมผสานรูปแบบที่เจ้าของบ้านต้องการให้เหมาะสมกับงบประมาณก่อสร้างได้

Tags:

ทำไมกัน..ทำไมคนถึงชอบนวด bangkok massage service

Posted by admin on February 14, 2017
สุขภาพ / Comments Off on ทำไมกัน..ทำไมคนถึงชอบนวด bangkok massage service

ถ้าหากจะพูดถึงการนวด เราคงนึกถึงนวดแผนไทยกันซะมากกว่าเพราะเป็นอะไรที่ดั้งเดิมและไม่เหมือนใคร รวมถึงการนวดแผนไทยใช้ของไทยนวดโดยคนไทย แต่ถ้ามองในมุมต่างกัน bangkok massage service ก็ถูกทำโดยคนไทยเช่นกัน รวมถึงพัฒนานำสิ่งที่เป็นความภูมิใจของไทยมาประยุกต์ใช้…ซึ่งเน้นให้ต่างชาติได้มาสัมผัสและลองสปาไปในแบบเรียบง่าย ราคาพอดีเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยที่ต้องจะมานวดแบบสปา www.bangkokanitamassage.comก็ได้มีข้อมูลพร้อมการเข้ามานวดให้ทุกคนได้มาอยู่แล้วนะคะ หลายคนอาจไม่เคยนวดมาก่อนสักครั้งในชีวิตแต่บางคนก็คุ้นเคยกับการนวดเป็นอย่างดีจนบางทีอาจจะเรียกได้ว่าติดการนวดไปเลย ก็อยากให้ได้มาลองที่นี้เช่นกัน เพราะ หากใครเคยนวดในครั้งแรกแล้วรู้สึกผ่อนคลายความเมื่อยล้าตามส่วนต่างๆ ของร่างกายหายไปร่างกายกลับมากระปรี้กระเปร่า สดชื่น ก็มักจะติดใจและกลับมานวดซ้ำ อีกอย่างการนวดของที่นี้ ก็มีหลายแบบเหลือเกินคงจะเลือกทำทีเดียวไม่ไหว ต้องมาลองหลายๆครั้ง หลายแบบ เพราะจะทำให้ได้ความรู้สึกผ่อนคลายสบายตัวมากที่สุด

bangkok
หลังจากที่ได้แนะนำทุกคน เราก็ไม่พลาดที่จะไปลองเช่นกันกันค่ะ ให้ความรู้หายเหนื่อยกันไปเลยทีเดียว แล้วเพื่อนๆคนอื่นละค่ะพร้อมที่จะไปลองหรือยัง ตอนนี้เขาพร้อมให้บริการเลยเชียวค่ะ ถ้าอึกอัก รู้สึกไม่แน่ ระวังจะพลาดของดีนะคะ มีนวดอโรมาด้วยสมุนไพรด้วยละคะ ฟินกันไปเป็นแถวๆเลยคะ

Tags: ,

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

Posted by admin on October 28, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมนและอักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน
การจดโดเมนเนมก็เหมือนการขอ e-mail ฟรีแต่การขอ e-mail ฟรีจากผู้ให้บริการบางราย ยากกว่าการขอโดเมนเนมเสียอีก เพราะการขอโดเมนเนมท่านเพียงกรอกข้อมูลไม่กี่ช่อง จากนั้นจะได้รับแจ้งให้ชำระเงิน โดยปกติใช้วิธีโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร เพราะปลอดภัยทั้งผู้โอน และผู้รับ ผู้รับจดโดเมนเนมจะดำเนินการให้ หลังจากได้รับ Fax หลักฐานการโอนเงิน ซึ่งประมาณ 24 ถึง 48 ชั่วโมง เพื่อทำให้ชื่อโดเมนที่ขอจดใช่งานได้

การทำงานของโดเมนเนม ในเครือข่ายอินเตอร์เน็ต จะใช้กลุ่มตัวเลข 4 กลุ่ม ที่คั่นด้วยจุด เช่น 11.12.333.123 หรือที่รู้จักกันในชื่อของ IP Address ในการระบุตำแหน่งของ Website ต่างๆ เพื่อให้รู้ว่า อยู่บนเครื่องใด และอยู่ในเครือข่ายใด แต่เนื่องจาก IP Address อยู่ในรูปของตัวเลขซึ่งยาก แก่การจดจำ ดังนั้นจึงเป็นการ สะดวกกว่าที่จะใช้ชื่อ หรือกลุ่มของตัวอักษร ซึ่งก็คือ Domain Name ในการอ้างอิงแทน โดยจะอาศัย DNS Server มาช่วยจับคู่ IP Address และ Domain name เข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อมีผู้ต้องการที่จะ เรียกดู Website ของท่าน ไม่ว่าจะทราบ IP Address หรือ Domain name เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง ก็จะสามารถเข้าถึงได้ โดยไม่ผิดพลาด

ข้อควรรู้ก่อนจดโดเมน

  1. ความยาวของชื่อ Domain ตั้งได้ไม่เกิน 63 ตัวอักษร
  2. Domain ต้องจดในชื่อของคุณเท่านั้น Domain Ownership
  3. ถ้าเป็น Domain ของบริษัท พยายามจดภายใต้ชื่อบริษัท อย่าจดด้วยชื่อพนักงาน IT
  4. ข้อมูลที่สำคัญที่สุดของ Domain คือ Owner Detail
  5. ใช้อีเมล์ที่จะอยู่กับคุณตลอดไปในการจดโดเมน ซึ่งเป็นสิ่งเดียวที่ใช้ติดต่อกับคุณ เรียกว่า Registrant E-Mail
  6. บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับ Domain ของคุณไว้ให้ดี วันหมดอายุ ผู้ติดต่อ และอื่น ๆ

อักขระที่จะใช้ในการตั้งชื่อโดเมน

  1. ชื่อ Domain สามารถใช้ ตัวอักษรภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ตัวเลข และ “-” (ยัติภังค์) ได้
  2. ชื่อ Domain โดยปกติ จะขึ้นต้นด้วยตัวอักษร และลงท้ายด้วยตัวอักษรหรือตัวเลข
  3. ชื่อ Domain มีความยาวตั้งแต่ 1 ถึง 63 ตัวอักษร
  4. ชื่อ Domain ตัวอักษรตัวใหญ่ A-Z หรือตัวอักษรตัวเล็ก ถือว่าเหมือนกัน
  5. ชื่อ Domain ต้องไม่ขึ้นต้นหรือลงท้ายด้วยเครื่องหมาย – และต้องไม่มี Space

Tags: ,

ธุรกิจให้บริการจดโดเมนในไทย

Posted by admin on October 11, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ธุรกิจให้บริการจดโดเมนในไทย

ในปัจจุบันมีธุรกิจเกิดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการใช้อินเตอร์เน็ตในการซื้อขาย ทำให้ธุรกิจผู้ให้บริการเกี่ยวกับเว็บไซต์ได้รับความนิยมตามไปด้วย นอกจากธุรกิจรับทำเว็บไซต์และให้บริการพื้นที่เว็บไซต์แล้ว ยังมีบริการจดโดเมนเพิ่มขึ้นมาด้วย

สำหรับในประเทศไทยนั้นแบ่งผู้ให้บริการได้เป็นสองกลุ่ม คือ

1.หน่วยงานที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานอินเทอร์เน็ตสากล ICANN

2.หน่วยงานที่เป็นตัวแทนของ Registrar หรือ reseller

ในไทยมี registrat ไทยรายเดียวที่ได้รับแต่งตั้งจาก ICANN คือบริษัท ดอท อะไร จำกัด (www.DotArai.com) สำหรับ reseller ในเมืองไทยนั้นมีทั้งที่เป็น reseller ให้กับ registrar ต่างประเทศ และ เป็น Business Partner กับ DotArai

สำหรับขั้นตอนการให้บริการนั้นผู้ให้บริการจะมีระบบรับข้อมูลจากลูกค้า เพื่อส่งข้อมูลนั้นไปจดทะเบียน เช่น ชื่อ-นามสกุล ที่ติดต่อ เบอร์โทรศัพท์ อีเมล เป็นต้น ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าวสำคัญมากจึงสมควรที่จะใช้ข้อมูลจริงตามเอกสารราชการ เพราะเป็นข้อมูลที่จะเก็บไว้กับหน่วยงานทะเบียน เป็นหลักฐานให้ทราบว่าเราเป็นผู้ถือครองโดเมน ซึ่งจะมีสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หรือแม้กระทั่งเปลี่ยน registrar/reseller ได้  เมื่อได้รับข้อมูลดังกล่าวพร้อมชื่อโดเมนที่ลูกค้าต้องการ รวมถึงได้รับชำระค่าบริการจดโดเมนแล้วนั้น ทางผู้ให้บริการจะส่งต่อข้อมูลดังกล่าวไปยัง registrar และ registrar จะส่งข้อมูลไปเก็บไว้ที่นายทะเบียน เป็นอันว่าโดเมนจะสามารถเริ่มใช้งานได้ หลังจากนั้นผู้ให้บริการจะทำหน้าที่ดูแลแก้ไขข้อมูลโดเมนเมื่อลูกค้าต้องการ และแจ้งเมื่อโดเมนหมดอายุ

สำหรับธุรกิจนี้ต้องมีพื้นที่รองรับลูกค้าในจำนวนมาก และพัฒนาระบบให้รองรับอยู่เสมอ ซึ่งเป็นการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ในปัจจุบันมีผู้ที่ประสบความสำเร็จกับธุรกิจประเภทนี้จำนวนมาก

สำหรับผู้ที่ตัดสินใจเลือกใช้บริการจดโดเมนนั้นควรดูที่ความน่าเชื่อถือ เพราะเมื่อเว็บไซต์ของเราติดตลาดแล้ว ชื่อโดเมนจะมีคุณค่ามากมาย จึงไม่ควรไปเสี่ยงกับผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพที่อาจทำให้ลูกค้ารายอื่นไม่สามารถเข้าถึงเว็บไซต์ของเราได้ และสูญเสียรายได้และฐานลูกค้าที่เคยมีอยู่ ดังนั้นจึงควรเลือกผู้ให้บริการโดเมนที่ได้รับความไว้วางใจว่าจะดูแลโดเมนของเราเป็นอย่างดี

Tags:

การเลือก domain name ให้เป็นที่จดจำและน่าสนใจ

Posted by admin on August 17, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on การเลือก domain name ให้เป็นที่จดจำและน่าสนใจ

การตั้งชื่อโดเมนให้จำง่ายจะส่งผลดีกับเว็บไซต์และธุรกิจบนโลกออนไลน์จะช่วยช่วยเพิ่มโอกาสให้กับธุรกิจได้อย่างดี ซึ่งการเลือกตั้งชื่อโดนเมนสามารถทำได้ดังนี้
1. ควรเป็นชื่อที่จำได้ง่าย สะกดได้ง่าย จะทำให้ผู้ใช้งานสามารถกลับมาใช้งานเว็บของเราได้ ไม่ควรใช้คำไทยที่เขียนเป็นภาษาอังกฤษเพราะนอกจากจะสะกดได้ยากแล้ว ยังมีโอกาศสะกดผิดพลาดได้ง่ายอีกด้วย
2. ควรเป็นชื่อที่สั้น คือไม่ควรเกิน 10 ตัวอักษร จะสามารถทำได้จำได้ง่ายขึ้น และยังลดการสะกดชื่อผิดได้
3. ควรจดโดยใช้ .com เพราะผู้ใช้งานจะคุ้นเคยกับ .com มากกว่า และในกรณีที่ผู้ใช้งานจำ domain name เราไม่ได้ก็มีโอกาศสูงที่เค้าจะใช้ชื่อ .com ก่อน
4.ควรเป็นชื่อที่ง่ายในการออกเสียง การออกเสียงได้ง่ายจะทำให้จำได้ง่ายขึ้น และสะกดได้ง่ายขึ้นด้วย เช่น sanook
5. ควรเป็นชื่อที่มีตัวอักษรเท่านั้น เพราะการใส่สัญลักษณ์และตัวเลขนั้นจะทำให้เกิดความผิดพลาดในการพิมพ์ชื่อ domain name ได้ง่ายขึ้น
6. ควรใช้ชื่อเว็บไซต์ที่มีตัวอักษรซ้ำกัน จะทำให้การออกเสียงง่ายขึ้นและจดจำง่ายขึ้น หลายเว็บไซต์ดังๆก็ใช้หลักการนี้ เช่น Google
7. ควรเป็นชื่อที่เป็นสากล การใช้ชื่อที่เป็นสากลรู้จักกันโดยทั่วไป ไม่ควรใช้คำเฉพาะที่รู้จักกันคนในพื้นที่รู้จักเท่านั้น
8. ควรเป็นชื่อที่เกี่ยวกับเนื้อหาของเว็บไซต์ เพราะจะทำให้ผู้ใช้งานเว็บไซต์รู้เนื้อหาของเว็บไซต์ได้ทันทีจากชื่อของเว็บไซต์
9. ควรใช้ยี่ห้อสินค้าของตัวเองเป็น domain name แน่นอนว่ายี่ห้อต่างๆที่มีชื่อเสียงอยู่ในปัจจุบันนั้นก็มาจากชื่อที่ไม่ดังมาก่อน ดังนั้นเราควรที่จะสร้างยี่ห้อเป็นของตัวเองไม่ควรใช้คำพ้องกับยี่ห้อที่มีอยู่แล้ว
10. ควรมี keyword ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ keyword ที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์
ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการจะทำธุรกิจหรือขายสินค้า ในการเลือกชื่อ domain name เนื่องจาก Domain name เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้เว็บไซต์มีชื่อเสียงได้ง่ายขึ้น และสิ่งสำคัญที่สุดก็คือ เนื้อหาของเว็บไซต์ ถ้าเนื้อหาของเว็บไซต์ดี เว็บไซต์ก็จะเป็นที่นิยมได้อย่างง่ายดายเลยทีเดียว

Tags:

Domain name มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

Posted by admin on July 15, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on Domain name มีความสำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ

โดเมนเนม (Domain name) คือ ชื่อเว็บไซต์ ซึ่งในปัจจุบันสามารถจดโดเมนเป็นชื่อภาษาไทยได้ สำหรับชื่อโดเมนมีความสำคัญยังไงนั้นจะเห็นได้ว่าคนส่วนใหญ่คิดว่าการตั้งชื่อโดเมนไม่สำคัญอยากตั้งชื่ออะไรก็ได้ตามใจ ซึ่งความจริงแล้วควรให้ความสำคัญกับชื่อโดเมนเพราะจะทำให้มีคนเข้าเว็บไซต์ของเราเพิ่มมากขึ้นและจะสามารถค้นหาในเครื่องมือ seach engine ได้ง่ายขึ้น เพราะว่า seach engine จะให้ความสำคัญกับโดเมนเนม หากเราเลือกชื่อโดเมนให้มีความหมายตรงกับคำที่คนค้นหาแล้วโอกาสที่เว็บจะถูกหาเจอใน seach engine ก็มีสูงเช่นเดียวกัน เช่น ตั้งชื่อโดเมนเนมว่า www.ขายหนังสือ.com แทนที่จะเป็น www.book.com เพราะคนส่วนใหญ่จะพิมพ์คำว่า หนังสือ มากกว่าคำว่า book หรือการตั้งชื่อโดเมนโดยใช้ชื่อบริษัทมาใช้ชื่อโดเมนนั้นอาจจะบ่งบอกถึงความเอกลักษณ์ สำหรับการจะใช้ชื่อเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดีนั้นขึ้นอยู่ว่าเน้นลูกค้าประเทศไหน ส่วนนามสกุลของเว็บไซต์จะใช้อะไรก็ได้ โดยทั่วๆไปก็จะใช้ .com

แนะนำประเภทของโดเมนเนมเบื้องต้น

.com (.com = Commercial) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.net (.net = Network) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรใด หรือบริษัทใด ที่ทำงานเกี่ยวกับเครือข่าย หรือ Network

.org (.org = Organization) ใช้สำหรับเว็บไซต์องค์กรที่ไม่หวังผลกำไร เช่น สมาคม หรือมูลนิธิ

.biz (.biz = Business) ใช้สำหรับเว็บไซต์ขององค์กรที่เกี่ยวกับธุรกิจการค้า

.info (.info  = Information) ใช้สำหรับเว็บไซต์ที่นำเสนอข้อมูลเป็นหลัก

.edu (.edu = Education) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของสถาบันการศึกษา

.gov (.gov  = Government) ใช้สำหรับเว็บไซต์ของรัฐบาล

.mil (.mil = Military) ใช้สำหรับหน่วยงานทางทหาร

สำหรับโดเมนรหัสประเทศนั้น จะแสดงให้เห็นว่า โดเมนนั้นเปิดทำการในประเทศใด เช่น

.uk คือเว็บไซต์ของประเทศอังกฤษ

.jp คือเว็บไซต์ของประเทศญี่ปุ่น

.th คือ เว็บไซต์ของประเทศไทย

นอกจากนี้ยังมีรายละเอียดอีกมาก เช่น แบ่งกลุ่มเป็น .or.th , .ac.th , .co.th , .go.th , .in.th เป็นต้น

ดังนั้น เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนม ที่สามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์ได้และตรงกับกลุ้มเป้าหมายจะทำให้มีโอกาสหาลูกค้าที่เข้าเว็บได้เร็วและมากยิ่งขึ้น

 

Tags:

ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

Posted by admin on June 08, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on ขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนมไม่ได้ยากอย่างที่คิด

สำหรับคนที่จดทะเบียนโดเมนเนม และใช้งานเว็บโฮสติ้งอยู่แล้ว หลายๆ คน หรือส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่า นอกจากที่เราจะสามารถย้ายเว็บโฮสติ้งเพื่อไปใช้บริการกับผู้ให้บริการอื่นๆ ได้แล้ว เรายังสามารถย้ายโดเมนเนมที่เราจดทะเบียนไว้แล้ว ไปยังผู้ให้บริการอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยที่มีขั้นตอนการดำเนินการเล็กน้อย แต่แน่นอนมันไม่ได้ยากเกินกว่าที่เราจะทำได้ ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนว่า การย้ายโดเมนเนมกับการย้ายเว็บโฮสติ้ง เป็นคนละเรื่องกัน คือเราสามารถย้ายโดเมนเนมโดยไม่ย้ายเว็บโฮสติ้งก็ได้ และเราก็สามารถย้ายเว็บโฮสติ้งโดยไม่ย้ายโดเมนเนมก็ได้ เนื่องจากทั้งโดเมนเนม และเว็บโฮสติ้งเป็นบริการคนละส่วนกัน ฉะนั้นเราสามารถจดทะเบียนโดเมนเนมกับผู้ให้บริการรายหนึ่ง แล้วไปใช้บริการเว็บโฮสติ้งกับผู้ให้บริการอีกรายหนึ่งได้

การย้ายโดเมนเนม แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะได้ดังนี้
– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดยตรง หรือ Registrar
ในกรณีนี้โดยส่วนมากจะเป็นโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้ให้บริการรับจดทะเบียนโดเมนเนมในต่างประเทศ เช่น eNom, Go Daddy, Tucows, Network Solutions, OnlineNic เป็นต้น เนื่องจากในประเทศไทยไม่มีผู้ให้บริการที่รับจดทะเบียนโดเมนเนมที่ได้รับสิทธิ์เป็น Registrar โดยตรง (ส่วนใหญ่จะเป็น Reseller ของ Registrar ในต่างประเทศอีกที) แต่ในต่างประเทศจะมีผู้ให้บริการที่ได้รับสิทธิ์ (ลักษณะคล้ายๆ สัมปทาน) ในการรับจดทะเบียนโดเมนเนม และสามารถแต่งตั้ง Reseller ขึ้นมาเพื่อรับจดทะเบียนโดเมนเนมต่ออีกทอดหนึ่งได้
สำหรับขั้นตอนการย้ายโดเมนเนม กรณีที่จดทะเบียนกับ Registrar โดยตรงมีขั้นตอนคราวๆ ดังนี้

1. Login เข้าสู่ระบบบริหารจัดการโดเมนเนม (Manage Domain) เพื่อขอ Auth Code หรือ EPP Code จากระบบ สำหรับ Auth Code หรือ EPP Code นั้นจะเป็นเสมือนรหัสลับของโดเมนเนมแต่ละตัว ซึ่งจะไม่เหมือนกัน และใช้สำหรับการย้ายโดเมนเนมเท่านั้น (สำหรับรหัสผ่าน เพื่อเข้าจัดการโดเมนเนม จะเป็นอีกชุดหนึ่ง) โดยเมื่อทำการร้องขอเรียบร้อยแล้ว ระบบจะส่ง Auth Code หรือ EPP Code ไปที่อีเมลล์ของ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเท่านั้น (ดังนั้นท่านต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนว่าอีเมลล์ดังกล่าวเป็นของท่านจริง)
2. ติดต่อผู้ให้บริการรับจดทะบียนโดเมนเนมปลายทาง (ที่เราจะย้ายไป) โดยอาจจะเป็นการสั่งซื้อบริการย้ายโดเมนเนมผ่านหน้าเว็บไซต์ โดยกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน ตรงนี้ระบบจะให้เราใส่ Auth Code หรือ EPP Code ด้วย หากไม่มีก็จะไม่สามารถทำต่อได้ หรือบางที่อาจจะให้เราส่ง Auth Code หรือ EPP Code ให้ผู้ให้บริการโดยตรง เพื่อให้เขาจัดการให้ หลังจากนั้นก็ชำระค่าบริการ โดยส่วนมากค่าบริการจะเท่ากัน หรือใกล้เคียงกับค่าบริการจดทะเบียนโดเมนเนมใหม่ของผู้ให้บริการรายนั้นๆ (สำหรับค่าบริการย้ายโดเมนเนมนี้ จะไม่สูญเปล่า เนื่องจากเมื่อย้ายโดเมนเนมเรียบร้อยแล้ว ระบบจะต่ออายุโดเมนเนมให้เราอีก 1 ปี)
3. เมื่อดำเนินการทั้งหมดเรียบร้อยแล้วให้รออีเมลล์เพื่อให้ทำการยืนยันการย้ายโดเมนเนม โดยอีเมลล์จะถูกส่งมาที่อีเมลล์เดียวกับที่ท่านได้รับ Auth Code หรือ EPP Code (อีเมลล์ Administrative’s contact) โดยในอีเมลล์จะมีลิงค์สำหรับคลิกเพื่อทำการยืนยันว่าต้องการย้ายโดเมนเนมจริง (ก็ทำตามคำแนะนำในอีเมลล์ได้เลย) และยังเป็นการยืนยันว่าคำร้องขอย้ายโดเมนเนมมาจากความต้องการของเจ้าของโดเมนเนมอย่างแท้จริงอีกด้วย (เพราะถ้าเราไม่ได้เป็นคนทำเรื่องย้าย และมีอีเมลล์มาแสดงว่ามีคนพยายามย้ายโดเมนเนมเราแล้ว) หลังจากยืนยันตามขั้นตอนแล้ว ระบบจะใช้เวลาประมาณ 5-7 วันในการดำเนินการ (ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการแต่ละราย)

– ย้ายโดเมเนนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar
สำหรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับ Reseller ของ Registrar ส่วนมากคือโดเมนเนมที่เราจดทะบียนกับผู้ให้เว็บโฮสติ้ง หรือจดทะเบียนกับผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมในไทย ซึ่งโดยส่วนใหญ่จะเป็นผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมที่เป็น Reseller ของ Registrar ที่อยุ่ต่างประเทศอีกต่อหนึ่ง
สำหรับขั้นตอนในการย้ายโดเมนเนน ก็จะมีขั้นตอนในการย้ายเหมือนกับโดเมนเนมที่จดทะเบียนกับผู้รับจดทะเบียนโดเมนเนมโดยตรง เพราะที่สุดแล้วโดเมนเนมของเราก็อยู่ภายใต้ Registrar เหมือนกัน ไม่ว่าจะจดโดยตรง หรือจดผ่านทาง Reseller แต่ที่อาจจะมีความแตกต่างบ้างในขั้นตอนการโอนย้ายก็คือ การขอ Auth Code หรือEPP Code อาจจะต้องให้ผู้ให้บริการเป็นผู้ส่งคำขอ Auth Code หรือEPP Code แทนเรา โดยที่เราต้องแจ้งผ่านทางอีเมลล์ หรือโทรศัพท์เพื่อให้ช่วยดำเนินการ แต่ไม่ว่าใครจะเป็นผู้ยื่นคำขอ Auth Code หรือ EPP Code อีเมลล์ ก็จะแจ้งข้อมูลมาที่อีเมลล์ Administrative’s contact ของโดเมนเนมเหมือนกัน หลังจากได้มาแล้ว เราก็ติดต่อไปที่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมปลายทาง จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนการย้ายเหมือนกับที่เขียนไว้ด้านบน

Tags: ,

เทคนิคการตั้งชื่อโดเมน จุดเริ่มต้นทำการเว็บให้น่าจดจำ นำไปสู่ยอดขาย

Posted by admin on April 29, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on เทคนิคการตั้งชื่อโดเมน จุดเริ่มต้นทำการเว็บให้น่าจดจำ นำไปสู่ยอดขาย

ในโลกออนไลน์ที่มีเว็บไซต์อยู่เป็นจำนวนหลายล้านเว็บนั้น สิ่งหนึ่งที่จะช่วยให้แต่ละเว็บมีความแตกต่างกัน และทำให้ผู้เข้าชมจดจำเว็บไซต์ที่เคยคลิกเข้าไปดูข้อมูลได้อย่างง่าย นั่นก็คือ โดเมนเนม หรือ ชื่อเว็บไซต์ นั่นเองค่ะ

วันนี้ จึงหยิบสาระน่ารู้เกี่ยวกับ แนวทางในการตั้งชื่อโดเมนเนม จุดเริ่มต้นที่จะทำให้เว็บไซต์เป็นที่น่าจดจำก่อนจะนำผู้เข้าชมไปเจอเนื้อหาสาระในเว็บไซต์ต่อไป แต่จะมีหลักการอย่างไรบ้างนั้น ไปติดตามรายละเอียดกันเลยค่ะ

แนวทางการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้

1. ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจ
และมี keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้า/บริการ เช่น มีคำว่า tour ประกอบในชื่อ แสดงความเป็นธุรกิจทัวร์ ท่องเที่ยว เป็นต้น ช่วยทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำได้ง่าย และมีโอกาส click เลือกจากหน้า Search Engine ได้มากกว่าชื่อโดเมนเนมที่ไม่มีความเป็นธุรกิจ

2. สร้าง Brand แสดงความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ นอกเหนือจากที่แสดงความเป็นธุรกิจแล้ว ท่านสามารถเลือกใช้ชื่อที่สร้าง Brand และแสดงความเป็นเอกลักษณ์ ช่วยให้ลูกค้าสะดุดตาและจดจำเอกลักษณ์นี้ได้ ก็จะมีโอกาสกลับมาที่เว็บไซต์นั้นๆ มากขึ้น

3. จดจำง่าย ออกเสียงง่าย สะกดง่าย หากสามารถตั้งชื่อโดเมนเนมให้สั้นได้มากที่สุด จะทำให้ผู้เข้าชมเว็บไซต์จดจำได้ง่ายกว่า และหากต้องการตั้งชื่อโดเมนเนมออกเสียงทับศัพท์เป็นภาษาไทย หรือแม้กระทั่งตั้งชื่อเป็นภาษาอังกฤษแต่ออกเสียงคล้ายกัน ก็ต้องระวังการสะกด ให้เขียนง่ายที่สุด

4. ไม่ copy เลียนแบบเว็บไซต์ที่มีชื่อเสียง เพราะมีโอกาสโดนฟ้องร้องสูงมากเนื่องจากทำธุรกิจเดียวกับเว็บไซต์หลัก นอกจากนั้น ภาพลักษณ์ของโดเมนเนมที่เลียนแบบยังขาดความน่าเชื่อถืออีกด้วย

5. ชื่อโดเมนเนมไม่ยาวเกินไป หากจะตั้งชื่อยาว ควรใช้คำศัพท์ที่จดจำง่าย

6. ระวังเรื่องการใช้สัญลักษณ์ ” – ” (Hyphen) และการเติม S หากต้องการจดชื่อที่มี S หรือใช้สัญญลักษณ์ ” – ” ดังกล่าว ต้องพิจารณาว่า เว็บไซต์อื่นที่จดทะเบียนไปแล้วและไม่มีสัญลักษณ์ทำธุรกิจเดียวกันกับเราหรือไม่ ถ้าใช่ มีโอกาสที่จะสร้างความสับสนแก่ผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้ ทางออกที่ดีคือ จดโดเมนเนมทั้งที่มีและไม่มี s ไว้ด้วย

7. ชื่อแสดงความน่าเชื่อถือ ลูกค้าเว็บไซต์โดยเฉพาะด้านธุรกิจ ย่อมต้องการความน่าเชื่อถือก่อนจะตัดสินใจทำธุรกรรมต่าง ๆ ด้วย ดังนั้น ไม่ตั้งชื่อที่แสดงความเป็นเล่น ๆ ยกเว้นเป็นเว็บไซต์ content หรือ social ที่ต้องการภาพลักษณ์ที่สบาย ๆ

8. ตั้งชื่อที่ไม่มีความหมายก็ได้ หากชื่อนั้นจดจำง่ายและเจ้าของเว็บไซต์มีการทำตลาดอย่างต่อเนื่องได้

Tags:

รู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม

Posted by admin on March 26, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on รู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม

3

เพื่อให้ผู้ประกอบการรู้จักความหมายและความสำคัญของการจดทะเบียนโดเมนเนม รวมไปถึงเทคนิคในการตั้งชื่อโดเมนเนมเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้สำหรับการตั้งชื่อโดเมนเนมของเว็บไซต์พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของตนได้ Domain name มีความสำคัญเปรียบเสมือนชื่อของเจ้าของสินค้า หรือชื่อบริษัท เนื่องจากในโลกออนไลน์ ลูกค้าจะไม่จดจำชื่อเจ้าของสินค้าหรือชื่อบริษัท แต่จะใช้ โดเมนเนมในการเรียกและเข้าสู่หน้าเว็บไซต์ ปัจจุบันการจดโดเมนเนม มีทางเลือกทั้งแบบโดเมนเนมจริง และเป็น subdomain ซึ่งแตกต่างกันคือ โดเมนเนมจริง จะเป็น ชื่อตามด้วยนามสกุล เช่น abc.com โดยสามารถตั้งชื่อและจดทะเบียนกับผู้ให้บริการได้หากโดเมนเนมไม่ซ้ำกับที่มีผู้จดทะเบียนไปแล้ว การตั้งชื่อโดเมนเนมใช้อักษรภาษาอังกฤษ a-z โดยไม่คำนึงว่าเขียนด้วยตัวใหญ่หรือตัวเล็ก ใช้ตัวเลข 0-9 และ ใช้ – ได้เท่านั้น แนวทางการตั้งชื่อโดเมนเนม มีดังนี้

ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจ และ keyword ตัวอย่างเช่น www.tourkrabi.com แสดงความเป็นธุรกิจทัวร์โดยเน้นไปที่จังหวัดกระบี่อย่างชัดเจน หรือ www.weddingthai.net แสดงให้เห็นธุรกิจเกี่ยวกับงานแต่งงาน แม้ว่าจะยังบอกไม่ได้ว่าเป็นการให้บริการด้านงานแต่งงาน หรืออาจจะเป็นให้บริการถ่ายรูปแต่งงาน หรือแม้แต่บริการหาคู่ แต่ก็อยู่ในธุรกิจนี้ การมีชื่อที่แสดงความเป็นธุรกิจช่วยให้ลูกค้าเว็บไซต์จดจำได้ง่าย และมีโอกาส click เลือกจากหน้า Search Engine ได้มากกว่าชื่อโดเมนเนมที่ไม่มีความเป็นธุรกิจ อย่างไรก็ตามการใช้ชื่อโดเมนเนมลักษณะนี้มีข้อเสียคือ ไม่มีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ ดังนั้นจึงสามารถถูกลอกเลียนแบบได้ง่ายเช่นอาจจะมีคุ่แข่งจดโดเมนเนม www.tourthaikrabi.com หรือ www.krabitour.com หรือ www.travelkrabi.com และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้น เจ้าของเว็บไซต์กลุ่มหนึ่งจึงหลีกเลี่ยงที่จะใช้ชื่อแสดงความเป็นธุรกิจแต่เพียงอย่างเดียวในการจดโดเมนเนม

สร้าง Brand แสดงความแตกต่างเป็นเอกลักษณ์ เจ้าของเว็บไซต์ที่หลีกเลี่ยงการจดชื่อโดเมนเนมที่แสดงความเป็นธุรกิจเพียงอย่างเดียว จะมาใช้ชื่อที่สร้าง Brand และแสดงความเป็นเอกลักษณ์ เช่น www.krabicosmo.com , www.ghousehuahin.com , www.tobestudio.net ในกรณีนี้ ถ้าลูกค้าเว็บไซต์จดจำเอกลักษณ์ของชื่อโดเมนเนมได้ เช่น จำได้ว่า มีคำว่า cosmo อยู่ในชื่อคุ่กับ krabi ก็มีโอกาสที่จะกลับมาที่เว็บไซต์นั้น ๆ มากขึ้น เหมือนกับที่ร้าน 7-eleven ตั้งชื่อร้านว่า 7-eleven โดยไม่ใช้ชื่อว่า ร้านสะดวกซื้อ หรือ convenient store

เชื่อหรือไม่ว่า Domain Name มีผลต่อการทำอันดับ SEO

Posted by admin on February 13, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on เชื่อหรือไม่ว่า Domain Name มีผลต่อการทำอันดับ SEO

การให้ความสำคัญกับโดเมนเป็นอันดับแรกๆ เพราะหากเราได้โดเมนตรง Keyword เราก็จะสามารถทำ seo หรืออันดับเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดายหรือพูดได้ว่าแค่มีโดเมนตรงกับ keyword ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะฉะนั้นหากท่านจะทำเว็บขึ้นมาซักเว็บลองหา Main Keyword ที่จะทำอันดับแล้วนำมาจดโดเมนตรง Keyword เลย รับรองมีอันดับแน่นอน เพราะโดเมนเนมจะเป็นสิ่งที่คุณจะต้องหามาเป็นเจ้าของ ด้วยการลงทะเบียนกับเว็บขายโดเมนเนมต่างๆและแน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายรายปีซึ่งก็ไม่แพงเลย แต่ถ้าคุณเลือกโดเมนเนมไม่ดีตั้งแต่แรก แล้วต้องมานั่งจดใหม่มันก็คงไม่ใช่เรื่อง

โดเมนเนมมีส่วนสำคัญมากในการที่จะทำเว็บไซต์ของคุณให้ Ranking ได้ง่ายขึ้น เพราะถ้าเว็บไซต์ที่มีชื่อโดเมนตรงกับคำค้น มักจะแสดงผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine ในตำแหน่งที่ดี ชื่อโดเมนหรือโดเมนเป็นชื่อที่ใช้เรียกแทนตำแหน่งที่ตั้งของเครื่องคอมพิวเตอร์ในระบบเครือข่าย แทนการใช้หมายเลข IP Address ถ้าจะให้เปรียบเทียบแล้ว IP Address คือ บ้านเลขที่ แต่ชื่อโดเมน คือชื่อบ้านหรือชื่ออาคาร และแน่นอนว่าถ้ากล่าวถึงชื่อโดเมนแล้ว สิ่งที่คู่กันคือนามสกุลโดเมนต้องถูกกล่าวถึงด้วยเช่นกัน การทำ SEO ชื่อโดเมนเองก็มีส่วนที่สำคัญมากทั้งเรื่องความสำคัญของชื่อโดเมนที่มีอายุ มีคีย์เวิร์ดในชื่อโดเมนด้วย นอกจากว่าจะทำการสร้างแบรนด์หรือยี่ห้อของตัวเอง แต่ควรเน้นที่จดจำง่ายและไม่ยาวจนเกินไป สำหรับแหล่งที่จะหาชื่อโดเมนที่มีอายุ เราสามารถหาได้จากเว็บไซต์หลายๆเว็บ ที่มีการเก็บสถิติและช่วงเวลาของชื่อโดเมนแต่ละตัว หรือจากเว็บประมูลและเว็บซื้อขายโดเมนทั่วๆไป

ความสัมพันธ์ของชื่อโดเมนกับ SEO

– ชื่อโดเมนที่เป็น ccTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับคำค้นที่เป็นภาษาของประเทศหรือภูมิภาคนั้นๆ
– ชื่อโดเมนที่เป็น gTLD จะส่งผลดีด้าน SEO กับการค้นหาโดย Search Engine ทั่วโลก
– โดเมนที่ใครๆต้องการ และได้รับความนิยมสูง คือ .com รองมาคือ .net และ .org ตามลำดับ
– โดเมนที่จดทะเบียนมาแล้วหลายๆปีจะมีผลดีด้าน SEO มากกว่าโดเมนที่เพิ่งจดทะเบียนใหม่
– การตั้งชื่อโดเมนให้ตรงกับคำค้นจะทำให้ผลลัพธ์จากการค้นหาโดย Search Engine อยู่ในตำแหน่งที่ดี

Tags:

จดโดเมนแล้วแต่ยังไม่มีหน้าเว็บไซต์จะเกิดอะไรขึ้น

Posted by admin on January 17, 2015
ธุรกิจ / Comments Off on จดโดเมนแล้วแต่ยังไม่มีหน้าเว็บไซต์จะเกิดอะไรขึ้น

สิ่งสำคัญสำหรับการมีเว็บไซต์ก็คือ ชื่อเว็บไซต์ หรือ โดเมนเนม (Domain name) ทุกคนก็เลยให้ความสำคัญกับโดเมนเนมอย่างมาก เพราะโดเมนเนมที่ดี มีผลกับการทำ SEO มีผลกับการเป็นที่รู้จัก หรือพูดง่ายๆ ว่าทำให้คนจำง่าย ซึ่งก็จะโยงไปถึงการที่ทำให้คนเข้ามาชมเว็บไซต์ของเรามากขึ้นอีกด้วย

แต่ปัญหาก็คือเมื่อใครๆ ก็อยากได้ชื่อโดเมนเนมดีๆ สั้นๆ จดจำง่าย ก็ทำให้มีการจดจองโดเมนเนมไว้ตั้งแต่ก่อนจะทำเว็บไซต์ ประมาณว่าคิดชื่อโดเมนเนมที่ต้องการได้ ก็จดทะเบียนเพื่อรักษาสิทธิ์ในตัวโดเมนเนมไว้ก่อนเลย โดยไม่ต้องสนใจว่าจะทำเว็บไซต์เมื่อไหร่ (บางคนจดทะเบียนโดเมนเนมไว้หลายโดเมนเนม แต่ยังไม่มีเว็บไซต์เลย) เพราะการจดทะเบียนโดเมนเนม เป็นระบบที่ใช้ร่วมกันทั่วทั้งโลก หากเราเจอชื่อที่อยากจะจดทะเบียน และตรวจสอบแล้วว่ายังไม่มีผู้จดทะเบียน แต่ชะล่าใจ คิดว่ายังไม่ทำเว็บไซต์ ยังไม่จำเป็นต้องใช้งาน ไว้ค่อยจดก็ได้ โดเมนเนมชื่อนั้นๆ อาจถูกคนจากที่ไหนสักแห่งในโลกจดทะเบียนไปก่อน เมื่อถึงเวลาที่เราต้องการจดทะเบียน มาดูอีกทีชื่อโดเมนเนมนั้นก็มีผู้จดทะเบียนไปแล้ว

ดังนั้นหลายๆ คนมักจะจดทะเบียนโดเมนเนมทันทีที่ตรวจสอบพบว่าโดเมนเนมนั้นๆ ว่างอยู่ แล้วคิดว่าอาจจะได้ใช้งาน เพื่อทำเว็บไซต์ในอนาคต แต่ก็มีข้อสงสัยตามมาอีกอย่างคือ ในเมื่อยังไม่มีเว็บไซต์ แล้วจดทะเบียนโดเมนเนมอย่างเดียว เวลามีคนพิมพ์ชื่อโดเมนเนมเรา (อาจเพราะไม่รู้ว่าโดเมนเนมนี้ยังไม่มีเว็บไซต์) ใน Browser แล้วหน้าเว็บ จะปรากฏอะไร ซึ่งหากเราจดทะเบียนแล้วไม่ได้ดำเนินการใดๆ เลย หน้า Browser จะแจ้งว่า “ไม่พบข้อมูล” (Could not find หรือ Can’t find the server) เป็นผลมาจากการที่โดเมนเนมไม่มีปลายทางที่จะเรียกข้อมูล หรือไฟล์เว็บไซต์ขึ้นมาโชว์ ซึ่งในกรณีนี้อาจทำให้คนที่พิมพ์ชื่อโดเมนเนมเราเข้ามา อาจเข้าใจผิด ไม่รู้ว่าชื่อโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้วหรือยัง ในอนาคตโดเมนเนมนี้จะมีเว็บไซต์ไหม หรือเกิดความผิดพลาดในระบบทำให้เข้าเว็บฯ ไม่ได้

จากเหตุผลข้างต้นทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “Park Domain” ขึ้นมา สำหรับ Park Domain ก็คือหน้าเว็บ หน้าหนึ่งที่ทำเป็น Parking Page สำหรับรองรับโดเมนเนมที่จดทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่มีหน้าเว็บ โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบใหญ่ๆ คือ

1.การ Park Domain โดยผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนม ในกรณีที่เราจตทะเบียนโดเมนเนมแล้วไม่ได้ระบุค่า DNS ของ Web Hosting ที่เราต้องการใช้งาน (เพราะเรายังไม่ได้ทำเว็บ จึงยังไม่มี Hosting) ระบบของผู้ให้บริการฯ จะทำการใช้ DNS ของผู้ให้บริการฯ ซึ่งจะชี้โดเมนเนมที่ท่านจดทะเบียนนี้ไปยัง Parking Page ของผู้ให้บริการฯ ซึ่งจะมีข้อความแจ้งเมื่อมีผู้เข้าชม ว่าโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้ว ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการสร้างเว็บ หรืออะไรก็แล้วแต่ผู้ให้บริการจดทะเบียนโดเมนเนมจะแจ้งให้ ซึ่งเป็นแบบฟอร์มเดียวกันทุกโดเมนเนมที่จดทะเบียนภายใต้ผู้ให้บริการฯ รายนั้นๆ และโดยส่วนใหญ่จะมีการโฆษณาบริการต่างๆ ของผู้ให้บริการอีกด้วย (เท่าที่เห็นส่วนมาก โฆษณาจะมีมากกว่า และเห็นชัดเจนกว่าข้อความอีก)

2.การ Park Domain ที่เราเป็นคนทำเอง โดย Park Domain ไปยัง Web Hosting ที่เราเปิดใช้บริการอยู่ โดยอาจจะเปิดขึ้นเพื่อใช้งานอีเมลล์ แต่ยังไม่ได้ทำเว็บ โดยในกรณีนี้เราจะต้องสร้างหน้าเว็บ 1 หน้า โดยอาจจะมีข้อความสั้นๆ ว่าโดเมนเนมนี้มีผู้จดทะเบียนแล้ว เว็บไซต์อยู่ในระหว่างการดำเนินการ เป็นต้น เพื่อเป็นการแจ้งให้ผู้ที่เข้ามาที่หน้าเว็บ รู้ว่าในอนาคตโดเมนเนมนี้จะมีเว็บไซต์แน่นอน หรือ Park Domain ไปยังผู้ให้บริการด้านการ Park Domain โดยเฉพาะ ที่ปัจจุบันมีให้บริการอยู่มากมายก็ได้

Tags: